เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ชะลอหลังขึ้นต่อเนื่อง"


คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว นักลงทุนต่างชาติหยุดซื้อต่อเป็นวันที่ 2 ประเด็น TRUE ที่ปรับลงและกดดันตลาด ผบห.ประเมินว่ากลยุทธ์ธุรกิจ-นโยบายเงินปันผลไม่เปลี่ยน แต่ตลาดค่อนข้างระมัดระวังทำให้แรงเทขายเร็ว ปัจจัยภายนอก เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ออกมาตามคาด และคาดว่าเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมในสัปดาห์หน้า และเป็นไปได้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยใน 2H69 ตลาดพักตัวตามคาดแนวรับหลัก 1300/1285 ไม่ควรหลุดหากพักสั้นเพื่อขึ้น แนวต้าน 1320/1330

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นกรีนแลนด์ใน WEF ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าครอบครองแต่จะใช้แนวทางการเจรจาและส่งสัญญาณถอยโดยไม่เก็บภาษีศุลการต่อ 8 ชาติในยุโรปจะประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตามสภาสหภาพยุโรปได้ระงับการพิจารณาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลัง ปธน. ทรัมป์ยังคงมีท่าทีจะเข้าครอบครองกรีนแลนด์

• IEA ปรับคาดการณ์ตลาดน้ำมันขึ้น โดยปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 เป็น +930kBD/bbl (เดิม +700kBD/bbl) เร่งตัวขึ้นจากปีก่อน จากภาวะ ศก. ที่เข้าสู่สมดุลจากปีก่อนที่ปั่นป่วนตามมาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ทำให้ภาวะเกินดุลจะลดลงสู่ +3.7MBD/bbl นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เก็งกำไร PTTEP และ TOP

• Fitch Ratings เตือนระบบเศรษฐกิจของจีนเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตจากการลงทุนที่ลดลงรุนแรงในจีน โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาฯ ธนาคาร และก่อสร้าง หลังการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรปี 2568 ลดลง 3.8% และประเมิน GDP ปี 2569 จะเติบโตเพียง 4.1% เป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่ม China Play แนะนำระมัดระวังการลงทุน

• JNTO เผยจำนวน นทท. จีนที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นใน ธ.ค. 2568 ลดลง 45.3%YoY เหลือ 330,400 คน จากผลกระทบหลังนายกฯ ญี่ปุ่นกล่าวพาดพิงประเด็นไต้หวันเมื่อช่วงต้น พ.ย. 2568 เป็น Upside Risk หนุน นทท. เดินทางเข้าไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ CENTEL ERW AOT

• วานนี้ราคาหุ้น TRUE ลง 14.5% หลัง Telenor ขายหุ้นสัดส่วน 24.95% แก่บริษัทที่ถือหุ้นโดยคุณ ศุภชัย เจียรวนนท์ และตกลงให้มี Put/call Option สำหรับหุ้นที่เหลือ 5.35% หลังครบระยะเวลา 2 ปี

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1250–1345 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งจะออกมาครบในสัปดาห์หน้านี้, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกลาง (เวเนซุเอลา, อิหร่าน, รัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งจะมีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงาน, ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ GDP 4Q68 และยอดค้าปลีกของจีน, PCE พ.ย. และ GDP 3Q68 (รายงานครั้งสุดท้าย) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามการทยอยประกาศงบกลุ่มธนาคารและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้: 

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI 

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นธนาคารที่คาดรายงานกำไร 4Q68 จะออกมาเติบโตดีหรือยังทรงตัว YoY ตามคาด พร้อมยังมีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงจากกระแสเงินสดแข็งแกร่ง แนะนำ KTB BBL KBANK KKP 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ม.ค. 2569 เวลา : 12:38:19
25-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 26 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ะถนนพระรามที่ 4

2. ประกาศ กปน.: 26 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

3. ตลาดหุ้นไทยปิด (23 ม.ค.69) บวก 2.75 จุด ดัชนี 1,314.39 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (23 ม.ค.69) บวก 8.00 จุด ดัชนี 1,319.64 จุด

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.25 บาท/ดอลลาร์

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (22 ม.ค.69) พุ่ง 75.90 ดอลลาร์ ยืนเหนือ 4,900 ดอลลาร์ นักลงทุนยังเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (22 ม.ค.69) บวก 306.78 จุด นักลงทุนคลายกังวลกรีนแลนด์-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังแกร่ง

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ม.ค.69) ทั่วไทยอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา กับมีลมแรง / ฝุ่นละออง กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง ค่อนข้างมาก

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (23 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นมาก ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (23 ม.ค. 69) พุ่งขึ้นแรง 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (23 ม.ค.69) บวก 1.37 จุด ดัชนี 1,313.00 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) อย่างชัดเจน ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,890-4,840 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,000-5,030 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นปิด (22 ม.ค.69) ลบ 5.92 จุด ดัชนี 1,311.64 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (22 ม.ค.69) บวก 4.38 จุด ดัชนี 1,321.94 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ประเมินกรอบระยะสั้นแนวรับ 4,750-4,710 เหรียญแนวต้าน 4,835-4,890 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 25, 2026, 5:51 pm