
"ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง หรือแม้กระทั่ง กินก่อนจ่ายทีหลัง ก็ล้วนเป็นโมเดลทางการเงินของ "Buy Now Pay Later" หรือบริการผ่อนชำระรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าหรือบริการก่อนทันที แล้วค่อยจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เป็นงวด ๆ ในภายหลังโดยไม่เสียดอกเบี้ย หรือจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่เป็นมิตร และยังไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำในการซื้อสินค้าอีกด้วย ซึ่งโมเดลการใช้จ่ายเชิงจิตวิทยาที่ “ซื้อง่ายจ่ายคล่อง” ที่ทำให้การเป็นหนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี้ ในทางกลับกันก็เป็น “ดาบสองคม” ที่อาจผลักดันให้เราติดอยู่ในกับดักหนี้ที่ถอนตัวขึ้นยากแบบไม่รู้ตัว
Buy Now Pay Later หรือ BNPL เป็นรูปแบบใหม่ของสินเชื่อที่ลูกค้าจะได้รับสินค้าหรือบริการทันทีโดยยังไม่ต้องชำระเงินเต็มจำนวน โดยสามารถเลือกแบ่งจ่ายได้ในอัตราดอกเบี้ย 0% (ส่วนใหญ่เป็นการผ่อนจ่าย 3 งวด) หรือดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่บริษัทนั้น ๆ กำหนดไว้ ซึ่งจุดเด่นที่แตกต่างจากกับการใช้งานบัตรเครดิตก็คือ การสมัครใช้งาน BNPL มีขั้นตอนที่ง่ายกว่า ไม่ต้องขอเอกสารรับรองเงินเดือนหรือหลักฐานทางการเงินอื่น ๆ เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการสมัคร ก็ได้รับอนุมัติใช้งานได้เลยในระยะเวลาสั้น ๆ อีกทั้งยังไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำในการซื้อสินค้าเพื่อผ่อนอีกด้วย เพราะหากเราต้องการแบ่งชำระสินค้าในอัตราดอกเบี้ย 0% ด้วยบัตรเครดิต จะมักจะต้องมียอดใช้จ่ายมากกว่า 3,000 บาทขึ้นไป เช่น หากเราต้องการผ่อนหนังสือ 1 เล่ม หรือค่าอาหารเพียงมื้อเดียวประมาณ 200-300 บาท ก็สามารถแบ่งชำระออกไปหลายเดือนได้ และยังสามารถรวมบิลสินค้าทั้งหมดที่ซื้อผ่าน BNPL เพื่อแบ่งชำระเป็นก้อนเดียวได้อีกด้วย ดังนั้นจึงตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีกำลังทรัพย์ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา และกลุ่มผู้ที่ยื่นกู้ยากได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม แม้ BNPL จะช่วยให้คนเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มอำนาจซื้อ (Purchasing Power) และเพิ่มสภาพคล่องให้สามารถจับจ่ายสินค้าที่จำเป็นหรือราคาสูงได้ด้วยการแบ่งชำระเป็นงวดเล็ก ๆ ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้เราเข้าสู่วงจรหนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะรูปแบบการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ทำให้คนมีอำนาจในการซื้อ (จากอนาคต) มากขึ้น และแพลตฟอร์มการชำระเงินรูปแบบนี้ก็เอื้อกับสินค้าและบริการหลายชนิด ซึ่งสินค้าฟุ่มเฟือย มื้ออาหารเล็ก ๆ และสินค้าราคาไม่แพงก็รวมอยู่ในนั้นด้วย มันอาจทำให้คนเรากล้าที่จะใช้จ่ายมากขึ้น ถี่ขึ้น และรู้สึกผิดน้อยลงกว่าการควักเงินก้อนโตจ่ายในทีเดียว ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าเราสร้างหนี้พอกพูนไว้มากเพียงใดก็กลับตัวไม่ทันแล้ว
พฤติกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับที่ทาง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ผู้ใช้งาน BNPL กว่า 57.6% ยอมรับว่าพวกเขาจะซื้อของไม่จำเป็นมากขึ้นถ้าสามารถผ่อนได้ โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าหมวดเทคโนโลยี แฟชั่น และความงาม ซึ่งเป็นสินค้าที่มูลค่าลดลงทันทีที่ซื้อ และกว่า 47.5 % เลือกที่จะให้รางวัลตัวเองจากรายได้ที่ยืมมาจากอนาคต ก่อนคิดถึงการออมเสียด้วยซ้ำ ตรงนี้เองคือหัวใจของ “เศรษฐกิจชั่ววูบ” (Impulse Economy) ที่เป็นสภาวะเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบฉับพลันทันทีโดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้ยอดขายร้านค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น แต่กลับกัดกินสถานะทางการเงินของผู้บริโภค ที่มีภาระค่าใช้จ่ายแบบชักหน้าไม่ถึงหลัง จนกระทบกับคุณภาพการใช้ชีวิตในประจำวัน
อารมณ์ความรู้สึกและความสะดวกสบายจากการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่สามารถหยิบยืมเงินในอนาคตมาตอบสนองความต้องการในปัจจุบันได้ เอื้ออำนวยให้เราตัดสินใจซื้อของที่ต้องตาต้องใจมาครอบครองได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราอาจต้องพิจารณาความพร้อมในการชำระหนี้ และสุขภาพทางการเงินก่อนอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้บริการ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เป็นเครื่องมือที่สร้างคุณประโยชน์ให้ ไม่ใช่ภัยเงียบที่ปูทางไปสู่ความพินาศทางการเงินที่รอทำร้ายตัวเราเองในอนาคต
ข่าวเด่น