กองทุนรวม
บลจ. ทิสโก้แถลงกลยุทธ์ปี 2569 เพิ่มโอกาสทำกำไรให้ลูกค้า ด้วยกองทุนกระแสฮอต เปิด 3 ธีมมาแรง สร้างผลตอบแทนพุ่ง


บลจ.ทิสโก้แถลงกลยุทธ์ปี 2569 เตรียมเปิดกองทุนใหม่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตาม  เทรนด์โลก และจับจังหวะการลงทุนด้วยกองทุนทริกเกอร์ ขยายฐานลูกค้ากองทุนผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพพัฒนาคุณภาพการให้บริการทั้งช่องทางออนไลน์ พร้อมกับส่งเสริมเรื่อง Well-being สุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ปลื้ม ! ปี 2568 มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) โตถึง 10.15% ใกล้แตะระดับ 4.5 แสนล้านบาท ธุรกิจกองทุนรวมโต 17.98% สูงกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า ขณะที่ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 14.22% สูงกว่าอุตสาหกรรมมากกว่า 2 เท่า - ชู 3 ธีมเด็ดสู้ความท้าทายปี 2569 คือ 1. ธุรกิจที่เกี่ยงข้องกับ AI 2. ธุรกิจเฮลธ์แคร์และเวลเนส 3.กลุ่ม Defensive  

 
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจกองทุนรวมและธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จนทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) ของ บลจ. ทิสโก้เติบโต 10.15%  มาอยู่ที่ 448,087 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากการบริหารผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี ทำให้ได้รับโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา และยังได้รับแรงหนุนจากสมาชิกที่มีความเข้าใจด้านการลงทุนมากขึ้น หลังได้รับข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอจากบลจ. ทิสโก้ ส่งผลให้สมาชิกฯ ปรับพอร์ตและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ จากเดิมที่เน้นตราสารหนี้และหุ้นไทยเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น และช่วยผลักดัน AUM รวมให้เติบโตตามไปด้วย 

นอกจากนี้ ธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund) ยังเติบโตอย่างโดดเด่นจากตัวแทนผู้สนับสนุนการขายเลือกกองทุนรวมของ บลจ. ทิสโก้เป็นกองทุนแนะนำ ประกอบกับ ในปี 2568 บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่จำนวน 9 กองทุน (ไม่นับรวมกองทุนทริกเกอร์) ทำให้ AUM ของธุรกิจ Mutual Fund  ปี 2568 โต 17.98% มาอยู่ที่ 68,412 ล้านบาท เติบโตกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า* 
 
นายสาห์รัชกล่าวอีกว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับปรับลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นโลก แต่บลจ.ทิสโก้ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย เห็นได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD – A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุก ข้อมูลจาก บลจ. ทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุน TISCOHD – A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10ปีและตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 0.75% 18.90% 14.89% ต่อปี 6.08% ต่อปี 8.73% ต่อปี 8.04% ต่อปี และ 6.57% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุนคือ SET High Dividend 30 (SETHD TRI) มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 4.73% 19.94% 11.32% ต่อปี 5.78% ต่อปี 8.79% ต่อปี 7.48% ต่อปี และ 5.13% ต่อปีตามลำดับ 

สำหรับในปี 2569 บลจ. ทิสโก้ยังคงมุ่งเน้นการเติบโต โดยธุรกิจกองทุนรวมจะขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย และช่องทางออนไลน์ ผ่านการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ๆ รวมถึงการนำเสนอกองทุน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Revolution) กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลก (Global Defense Tech) และกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน (Resilience)  

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวน หรือปรับตัวลดลง ผ่านการออกกองทุนทริกเกอร์ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ในรูปแบบธีมฟันด์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มกองทุนที่ช่วยจับจังหวะสร้างผลตอบแทนระยะสั้นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี  ดังจะเห็นได้จากในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนทริกเกอร์ทั้งหมด 4 กองทุน สามารถบริหารได้ถึงเป้าหมายทั้งหมด โดยถึงเป้าหมายในระยะเวลาได้ 3 กองทุน ถึงเป้าหมายเร็วที่สุดคือภายใน 25 วัน   

ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 มกราคม 2569 บลจ. ทิสโก้ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์มาแล้วทั้งหมด 156 กองทุน (ถึงเป้าหมายในระยะเวลา 92 กองทุน และถึงเป้าหมายนอกระยะเวลาลงทุน 34 กองทุน) มีกองทุนที่อยู่ระหว่างลงทุน 0 กองทุน (ยังไม่ถึงเป้าหมายและเกินกว่ากำหนดเวลาลงทุน 10 กองทุน) และกองทุนไม่ถึงเป้าหมายและเลิกกองทุนแล้ว 20 กองทุน 

“ ปี 2569 บลจ. ทิสโก้ตั้งเป้า AUM เติบโต 6-8% หรือมี AUM อยู่ที่ 4.7 แสนล้านบาท และจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการในทุกธุรกิจ เช่น พัฒนาแอปพลิเคชัน TISCO My Funds ให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ บลจ. ทิสโก้ สามารถเช็คยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในกองทุนรวมได้ในแอปพลิเคชันเดียว พร้อมกับให้ความรู้ด้านการลงทุนและการเงินแก่ลูกค้ากองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งในระยะยาว บลจ. ทิสโก้มุ่งหวังเป็น ‘Life-time Professional Investment Partner’ ให้ลูกค้าสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เกษียณอย่างไร้กังวล และมีความรู้การเงินที่รอบด้าน ” นายสาห์รัชกล่าว  

 
นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mrs. Kaekwan Rojwattanakul Deputy Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ประกอบกับพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณที่ครบถ้วนรอบด้านแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ทำให้ปัจจุบันธุรกิจ PVD ของ บลจ. ทิสโก้สร้างประวัติการณ์ใหม่โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 328,000 ล้านบาท หรือเติบโต 14.22% จากสิ้นปีก่อน และเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่โต 5.82%*   

ปัจจุบัน บลจ. ทิสโก้ส่วนธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจำนวนบริษัทนายจ้างกว่า 5,900 บริษัท และมีจำนวนสมาชิกกว่า 628,000 ราย รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุน PVD ทั้งในมุม AUM สูงสุด รวมทั้งจำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกมากที่สุด*   

สำหรับในปี 2569 บลจ. ทิสโก้ยังคงพัฒนาคุณภาพการให้บริการ โดยเฉพาะการวางแผนการเงินตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเป้าหมาย ‘ Smart Retirement สุขทุกวันยันเกษียณ ’ โดยจะนำเสนอสิทธิพิเศษเพื่อการวางแผนการเงินที่ครบวงจรและตรงตามความต้องการของสมาชิกแต่ละราย พร้อมทั้งพัฒนาระบบวางแผนการเงินเฉพาะบุคคลซึ่งจะสรุปให้สมาชิกแต่ละรายเห็นว่าเงิน PVD ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งระบบจะแนะนำว่าควรต้องเพิ่มการออม ปรับแผนการลงทุน หรือเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงอย่างไรจึงจะเพียงพอ  

นางแขขวัญกล่าวอีกว่า บลจ. ทิสโก้ ยังคงจัดกิจกรรม ‘ ชีวิตดี๊ดี แฮปปี้ 55+ ’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 งานสัมมนาที่ช่วยให้สมาชิกกลุ่มใกล้เกษียณเตรียมความพร้อมทุกด้าน เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีความสุข รวมทั้งจัดโครงการ Smart HR FINCoach ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พัฒนาความรู้ด้านการเงินสำหรับ HR และตัวแทนนายจ้างเพื่อให้ HR สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้พนักงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมอบรางวัล ‘ TISCO PVD Best Employer Awards ‘ ให้แก่นายจ้างที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการส่งเสริมและสนับสนุนการออมเพื่อเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการวางแผนเพื่อความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน  

นอกจากนี้ บลจ. ทิสโก้และกลุ่มทิสโก้เตรียมเปิดตัวกิจกรรมใหม่ ‘ Healthcare Fair on Tour ’ ต่อยอดภารกิจให้ความรู้ด้านการเงินควบคู่กับการดูแลสุขภาวะของสมาชิก โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ เดินสายให้ความรู้ด้านสุขภาพและแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพถึงในองค์กรต่าง ๆ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกมากขึ้น  รวมทั้งการวางแผนการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพควบคู่การออมเพื่อเกษียณ ตอกย้ำความสำคัญของสุขภาพต่อการวางแผนการเงินในยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น (Longevity) 

 
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด  (Mr. Supongvorn Mianpoka Assistant Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า บลจ. ทิสโก้มองว่าภาพรวมการลงทุนปี 2569 แนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI  เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดี และสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภาษีการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าหุ้น (Valuation) หลายตลาดอยู่ในระดับสูง   

ในส่วนของประเทศไทยมีปัจจัยบวก คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาลง มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำและอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกรออยู่หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาคาดว่าจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ  

สำหรับมุมมองการลงทุนในปี 2569 บลจ. ทิสโก้มองว่าจะมี 3 ธีมลงทุนที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี คือ 1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และระบบอัตโนมัติ เพราะเริ่มเห็นการนำไปใช้จริงในองค์กรทุกขนาด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการ 2. ธุรกิจเฮลธ์แคร์และเวลเนส จากสังคมสูงอายุและพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งผลประกอบการกลุ่มนี้มักไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ 3.  กลุ่ม Defensive เช่น ทองคำ และหุ้นปันผลสูง เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตและเป็นกันชนเมื่อเกิดความไม่แน่นอน ในช่วงที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์   

ส่วนตลาดหุ้นไทยในปี 2569 บลจ. ทิสโก้คาดว่าดัชนีจะปิดปีที่ 1,350 จุด มีระดับ P/E ที่ 16 เท่า และ EPS ที่ 86.7 เท่า แม้มูลค่าหุ้นจะอยู่ในระดับที่ไม่สูง แต่ Upside ค่อนข้างจำกัด จึงแนะนำให้เน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว  

ทั้งนี้ ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมอื่นๆ ของบลจ. ทิสโก้ได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000 กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และ www.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ก.พ. 2569 เวลา : 16:41:33
03-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (3 ก.พ.69) บวก 14.69 จุด ดัชนี 1,336.11 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (3 ก.พ.69) บวก 24.07 จุด ดัชนี 1,345.49 จุด

3. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 ก.พ.69) ปรับขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,800 บาท

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 ก.พ.69) ร่วง 92.50 ดอลลาร์ หลัง CME เพิ่มเกณฑ์มาร์จิ้นซื้อขายโลหะมีค่า

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 ก.พ.69) มวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลภาคเหนือและภาคอีสานอากาศเย็นถึงหนาว

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 ก.พ.69) บวก 515.19 จุด หุ้นชิป-หุ้นเทคฯ พุ่งหนุนตลาด

7. ตลาดหุ้นไทยเปิด (3 ก.พ.69) บวก 7.74 จุด ดัชนี 1,329.16 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 ก.พ.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 31.49 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ก.พ.69) ลบ 4.20 จุด ดัชนี 1,321.42 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway Down เสมือน "สงครามด้านการลงทุน"

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (2 ก.พ.69) ลบ 10.57 จุด ดัชนี 1,315.05 จุด

13. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.15-31.75 ลุ้นข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.75 บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.55 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 3, 2026, 10:56 pm