เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "เส้นทาง 20 ปี ธุรกิจ e-money สู่ผู้ให้บริการการเงินดิจิทัล วิวัฒนาการของธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money)"


พัฒนาการของ e-money ในประเทศไทยเริ่มต้นในช่วงปี 2547 โดยระยะแรกมีผู้ได้รับใบอนุญาต 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน (non-bank) ซึ่งให้บริการเชื่อมโยง e-money กับการใช้จ่ายสินค้าและบริการของธุรกิจตนเอง ส่งผลให้การใช้จ่ายผ่าน e-money มีสัดส่วนในการชำระเงินของรายย่อยเพิ่มขึ้นมาที่ 33% ในปี 2558 ก่อนจะทยอยลดบทบาทลงบางส่วนเพราะการเริ่มขึ้นของระบบ PromptPay ที่ทำให้ต้นทุนการชำระเงินและการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้น ผู้ให้บริการ e-money จึงต้องปรับตัวด้วยการแข่งขันเชิงโมเดลธุรกิจใหม่ โดยกลุ่ม Non-Bank หันไปให้บริการรับชำระเงินแก่ร้านค้าและนำผลิตภัณฑ์การเงินสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรมาให้บริการในแพลตฟอร์ม ขณะที่สถาบันการเงิน โดยเฉพาะภาคธนาคาร นำ e-money มาผสานกับบริการสวัสดิการรัฐ และพัฒนาบริการ/ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น บัตร Travel Card เพื่อลดต้นทุนแลกเงินต่างประเทศ จากภาพดังกล่าว สะท้อนว่า วิวัฒนาการของธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่

· ช่วงที่ 1 จุดเริ่มต้น e-money

ในช่วงปี 2547 มีนวัตกรรม e-money เป็นที่นิยมใน ตปท. ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงออกเกณฑ์การกำกับดูแลและสนับสนุนให้ภาคเอกชนนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินและลดการพึ่งพาการใช้เงินสด1

ซึ่งในช่วงแรกมีผู้ได้รับใบอนุญาต จำนวน 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ Non-Bank ที่เชื่อมโยง e-money กับการใช้ชำระสินค้าและบริการกับธุรกิจในเครือ โดยการฝากเงินสดในระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ผ่านร้านค้าหรือตู้เติมเงิน และใช้จ่ายผ่านบัตรพลาสติกหรือ Mobile application เช่น เติมเงินเครือข่ายโทรศัพท์ บัตรเติมเกมส์ บัตรโดยสาร บัตร ศูนย์อาหาร เป็นต้น จากความสะดวกและช่องทางการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ปริมาณการใช้จ่ายผ่าน e-money ได้รับความนิยมมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 33% ของปริมาณการชำระเงินของรายย่อยในปี 2558 (รูปที่ 1)

 
· ช่วงที่ 2 การแข่งขันการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ดี หลังปี 2559 การชำระเงินผ่าน e-money มีบทบาทน้อยลง เนื่องจากภาครัฐมีการวางโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและโอนเงินแบบทันที ผ่านการผลักดันระบบพร้อมเพย์ หรือ PromptPay ซึ่งทำให้ต้นทุนในการชำระ/โอนเงินทั้งระบบลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณการชำระเงินผ่าน Internet Banking และ Mobile application ที่เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารได้รับความนิยมแทน (รูปที่ 1)

· ช่วงที่ 3 การแข่งขันด้วยโมเดลธุรกิจ

ผู้ให้บริการ e-money จึงหันมาให้ความสำคัญที่บริการทางการเงินอื่น ๆ หลังส่วนแบ่งในตลาดชำระเงินลดลง สวนทางระบบ PromptPay ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่ม Non-Bank เปลี่ยนโมเดลธุรกิจมาพัฒนาระบบรับชำระเงินให้แก่ร้านค้าทั่วไปและจับมือกับสถาบันการเงินเพื่อนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาให้บริการในแพลตฟอร์ม เช่น เงินฝาก สินเชื่อ ลงทุน ประกัน เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน (Bank) นำเทคโนโลยี e-money มาให้บริการควบคู่กับบริการของสถาบันการเงิน เช่น กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อบริหารเงินสำหรับร้านค้า พอร์ตการลงทุน เป็นต้น ซึ่งสะดวกกว่าการทำผ่านบัญชีธนาคาร อีกทั้งมีการนำ e-money มาเชื่อมโยงบริการและสวัสดิการของรัฐ เช่น จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล และมาตรการอื่นๆ ของภาครัฐ เป็นต้น อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ e-money ในกลุ่ม Bank ที่มีบทบาทสำคัญและกลายเป็นจุดเด่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ บัตร Travel Card ที่อำนวยความสะดวกและลดต้นทุนค่าธรรมเนียมในการแลกเงินต่างประเทศเพื่อนำไปใช้จ่ายต่างประเทศที่ผ่าน e-wallet ซึ่งเป็นการต่อยอดจากบริการแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศที่ธนาคารทำเป็นประจำ และกลายเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ e-money ในฝั่งผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน (รูปที่ 2)

 
· สถานการณ์ธุรกิจ e-money ในปี 2568 และแนวโน้มปี 2569

ปี 2568 มูลค่าการชำระเงินผ่าน e-money ยังคงเติบโตสูง โดยในช่วง ม.ค. - พ.ย. 2568 ขยายตัวเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าการชำระเงินผ่าน e-money จะมีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ตามแนวโน้มการเติบโตของผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงินที่มีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ขณะที่กลุ่ม Non-Bank ยังสามารถเติบโตได้จากการขยายเครือข่ายจุดชำระเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้บริการในแพลตฟอร์ม (รูปที่ 3)

 
อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่า มูลค่าการใช้จ่ายที่ชะลอตัวลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อผู้ให้บริการในกลุ่ม Non-Bank ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับตัวและปรับโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อกระตุ้นมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน e-wallet ของตนเอง โดยเริ่มเห็นแนวโน้มการทดลองผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ในโครงการ regulatory sandbox ของ ธปท. เพื่อทดลองการชำระเงินด้วย digital asset หรือรวมถึงบางรายก็เตรียมยกระดับการให้บริการขึ้นเป็นสถาบันกาการเงินแบบไร้สาขา

อย่างไรก็ดี จากนวัตกรรมของระบบชำระเงินที่สะดวกมากขึ้นกลับกลายเป็นช่องทางของมิจฉาชีพและเงินทุนจากธุรกิจผิดกฎหมายใช้เป็นในการฟอกเงินหรือเป็นบัญชีม้า ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา ภาครัฐต้องออกมาตรการจัดการบัญชีม้าและบัญชีต้องสงสัยในภาคธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ e-money และสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของผู้ให้บริการ e-money ในระยะข้างหน้า

ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน e-money จะขยับขึ้นไปที่ 2.25 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 13% ชะลอลงจากที่คาดว่าอาจขยายตัว 88% ในปี 2568 โดยมองว่า แม้ e-money จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้บริโภคหลายกลุ่มใช้ในการทำธุรกรรมชำระเงินรายย่อยผ่านช่องทางดิจิทัลภายใต้แนวโน้มการลดใช้เงินสด และการเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ แต่อย่างไรก็ดี ธุรกรรมการชำระเงินด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์อาจเติบโตในกรอบจำกัด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยังมีความคุ้นชินกับระบบ PromptPay ประกอบกับยังน่าจะมีการติดตามธุรกรรมต้องสงสัยเพื่อจัดการภัยทางการเงิน ขณะที่ การใช้จ่ายในปีนี้อาจชะลอลงตามทิศทางเศรษฐกิจไทยในภาพรวมด้วยเช่นกัน (รูปที่ 3)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ก.พ. 2569 เวลา : 17:33:25
11-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (11 ก.พ. 69) บวก 1.26 จุด ดัชนี 1,411.70 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงการซื้อขายเมื่อคืนที่ 5,020-5,055 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 ก.พ.69) บวก 4.60 จุด ดัชนี 1,415.04 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น, ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (10 ก.พ.69) บวก 52.27 จุด ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานประเมินดอกเบี้ยเฟด

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (10 ก.พ.69) ร่วง 48.40 ดอลลาร์ ตลาดปรับฐานก่อนสหรัฐเผยจ้างงาน-เงินเฟ้อ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (11 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 75,300 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (11 ก.พ.69) บวก 2.40 จุด ดัชนี 1,412.84 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (11 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิด (10 ก.พ. 69) บวก 9.55 จุด ดัชนี 1,410.44 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 ก.พ.69) บวก 4.86 จุด ดัชนี 1,405.75 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 ก.พ.69) บวก 99.60 เหรียญ ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ รับดอลล์อ่อนค่าหนุนแรงซื้อ

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ก.พ.69) บวก 11.43 จุด ดัชนี 1,412.32 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 11, 2026, 8:32 pm