คาด SET ปรับลงต่อ กดดันจากสถานการณ์สู้รบใน ตอ. กลางที่ยืดเยื้อ แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจะหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่น่าจะถูกหักล้างด้วยความกังวลเงินเฟ้อ-ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อผลประกอบการ บจ. ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้ กกต. เตรียมประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ ทางเทคนิคดัชนีปรับลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น เป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก มีโอกาสลงมาทดสอบบริเวณ 1435/1420 ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1480/1490 จุด
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางอาจใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ ด้านอิสราเอลเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ใส่อิหร่านและเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน ล่าสุดฝรั่งเศลเตรียมส่งฝูงบินรบ Rafale คุ้มกันฐานทัพใน UAE มองสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดัน และล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ระดับ US$81/bbl
• QatarEnergy ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ประกาศยุติกระบวนการผลิต LNG ชั่วคราวหลังพื้นที่บริเวณโรงผลิตถูกโจมตี ท่ามกลางยุโรปที่มีปริมาณก๊าซฯ สำรองต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 30% เสี่ยงต่ออุปทานก๊าซฯ และ LNG ทั่วโลก ล่าสุดราคาก๊าซฯ ยุโรป TTF และ LNG JKM พุ่งขึ้น 70% และ 47% นับตั้งแต่เริ่มโจมตี มองเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP
• พรก. ประกาศลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใหม่ (On-grid) สูงสุด 2 แสนบาท สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ขนาดไม่เกิน 10 kWp เงื่อนไขต้องซื้อและได้รับอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายตั้งแต่ 3 มี.ค. 69–31 ธ.ค. 71 มองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นที่รับติดตั้ง Solar rooftop (GUNKUL GULF BANPU)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อน 676,963 คน ลดลง 23%WoW และวันที่ 1 มี.ค. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปลดลงมากถึง 60%WoW และ 25%WoW มองวิกฤติในตะวันออกกลางล่าสุดเป็นลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน
• กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการบริโภค 60 วัน และสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ดูแลราคาปลีกในประเทศ โดยปัจจุบันฐานะส่วนบัญชีน้ำมันเกินดุลที่ 4 หมื่นลบ. ซึ่งประเมินว่าจะสามารถตรึงราคาดีเซลได้ราว 1 เดือน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกถูกกดดันและผันผวนสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่ ทำให้มีการโยกเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำและโลหะเงินปรับขึ้น, USD แข็งค่ามาก และ Bond Yield ปรับลง เพราะกลัว ศก. ถดถอย INVX มองมีโอกาสสูงที่สถานการณ์จะยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม ทำให้ SET เกิดภาวะ Risk off จากกังวลต้นทุนพลังงานทรงตัวสูง ระยะสั้นคาดปรับลงราว -50 ถึง -75 จุด (-3% ถึง -5% อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม เช่น สงครามอิสราเอล-ฮามาสในปี 66) ปัจจัยชี้ขาดที่ต้องติดตามใกล้ชิดใน 72 ชั่วโมงข้างหน้า คือ 1) ปฏิบัติการของช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นการปิดกั้นที่ยืดเยื้อหรือไม่ 2) ระดับการแทรกแซงของจีนและรัสเซียซึ่งอาจกำหนดทิศทางของความขัดแย้งได้อย่างสิ้นเชิง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET ปรับตัวลงจากเกิดภาวะ Risk off หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging และเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้” ดังนี้
1. หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดจะปรับขึ้นและทรงตัวสูง
2. หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL TTA RCL PRM ซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อเลี่ยงตะวันออกกลาง ระยะเวลาเดินเรือจะนานขึ้น ทำให้อุปทานเรือขาดแคลน
3. ตั้งรับหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูงและรายได้อิงในประเทศเป็นหลัก หากราคาปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG
4. หุ้นต่างประเทศที่ได้ผลบวก ได้แก่ กลุ่ม Defense อาทิ RTX.US LHX.US LMT.US ส่วนกองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD)
5. กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A), ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM)
ขณะที่แนะนำลดน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงสำหรับ 1) กลุ่มที่ต้นทุนจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ 2) กลุ่มที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน และ 3) กลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อน อาทิ กลุ่มสายการบิน
ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากสงครามมีท่าทียืดเยื้อบานปลายต้องเตรียมลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่ม (Cash is King) โดย SET มีโอกาสปรับลง -5% ถึง -10% (อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อลุกลาม) ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและเดินเรือที่ปรับขึ้นมา ดังนั้นการเข้าเก็งกำไรสั้นจึงต้องมีวินัยสูงและควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ
Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 11% สู่ระดับ US$81/bbl จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบ Hormuz สู่โลกชะงักลง คิดเป็น 20% ของอุปทานโลก และเป็นสินทรัพย์ Hedge ความเสี่ยงพอร์ทในช่วงนี้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 148.00 บาท
ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการดำเนินธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และผลประกอบการ 1Q69 คาดมีแนวโน้มเติบโต YoY และ QoQ ได้ต่อเนื่อง จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และ FBB ต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และค่าใช้จ่ายการตลาดที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 375 บาท
ข่าวเด่น