(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg Island ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านเกือบทั้งหมด โดยผู้นำสหรัฐฯ เผยว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในประวัติ ศาสตร์ตะวันออกกลาง นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านหากอิหร่านยังแทรกแซงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
(-) นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เผยว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันดิบรัสเซียซึ่งอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันซึ่งติดค้างจากมาตรการคว่ำบาตร โดยมาตรการชั่วคราวนี้ใช้กับน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งแล้วเท่านั้น โดยจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสนับสนุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อรัฐบาลรัสเซีย มาตรการดังกล่าวมีขึ้นภายหลังรัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตให้อินเดียซื้อน้ำมันดิบรัสเซียเป็นระยะเวลา 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 69
(+/-) นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังได้เตรียมแผนรับมือเพิ่มเติม โดยล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ เผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ว่าสหรัฐฯ กำลังหารือถึงแนวทางการเข้าไปซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบ เพื่อช่วยควบคุมราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ เตรียมกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบในรัฐแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง โดยคาดการกลับมาดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มราว 45,000–55,000 บาร์เรลต่อวัน
ข่าวเด่น