เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
วิจัยกรุงศรี ชี้ความตึงเครียดตะวันออกกลางสั่นคลอนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย คาด GDP อาจลดลงจากกรณีฐาน - 0.2 ถึง - 0.9% และหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ


 
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น โดยประเมินว่าจะทำให้การขยายตัวของ GDP ไทยลดลงจากกรณีฐาน -0.2 ถึง -0.9% (โดยในกรณีฐาน คาดว่า GDP จะขยายตัว 2.0% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ ณ 26 กุมภาพันธ์ 2569) ทั้งนี้ ระดับของผลกระทบขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงคราม

วิจัยกรุงศรีระบุว่า ศูนย์กลางของความเสี่ยงอยู่ที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 3 ของการค้าน้ำมันดิบโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นกว่า 87% จากระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง สู่ระดับ 128 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วน 58% ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด จึงอาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน ซึ่งจะส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของสงคราม โดยในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนเฉลี่ยทั้งปีที่ 110-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และภาครัฐไม่สามารถอุดหนุนราคาพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.0-4.5% จากกรณีฐานที่คาดไว้ที่ 0.2% พร้อมกับส่งผลกระทบต่อ GDP ให้ลดลงจากกรณีฐานราว -0.6 ถึง -0.9% 

สำหรับอุตสาหกรรมที่เปราะบางที่สุดต่อสงครามครั้งนี้คือ โรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ และโรงไฟฟ้า ซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) จากตะวันออกกลางโดยตรง แม้ในระยะสั้นโรงกลั่นน้ำมันอาจได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งส่งผลให้มูลค่าน้ำมันดิบในสต็อกที่ถือครองอยู่พุ่งสูงขึ้น แต่ในระยะต่อไปหากความขัดแย้งกลายเป็นสงครามในภูมิภาคเต็มรูปแบบ โรงกลั่นอาจเผชิญกับค่าการกลั่นรวม (Gross Refinery Margins: GRMs) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในกรณีที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด โรงงานปิโตรเคมีและโรงงานพลาสติกและบรรจุภัณฑ์อาจต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินโรงงาน และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจะได้รับผลจากการขาดแคลน LNG ซึ่งไทยนำเข้าจากภูมิภาคนี้ด้วยสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมด นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรองลงมาคือภาคการขนส่ง ผลจากราคาน้ำมันที่แพงหรืออาจขาดแคลน ภาคเกษตรกรรม จากราคาปุ๋ยที่แพงหรืออาจขาดแคลนได้ในอนาคต โดยไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางถึงราว 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร ยังอาจได้รับผลทางอ้อมจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น และตลาดส่งออกที่ชะลอลง ขณะที่ภาคการขนส่งทางเรือและธุรกิจการบินเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือและการปิดน่านฟ้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวได้

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net energy importer) ที่พึ่งพาตะวันออกกลางสูง จึงเผชิญความเสี่ยงสูงจากความไม่สงบในครั้งนี้ แม้มาตรการสำรองพลังงานและการกระจายแหล่งนำเข้าของภาครัฐจะช่วยรองรับผลกระทบได้ในระยะสั้น แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ผลกระทบจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมและภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจจึงควรเร่งประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน สำรองวัตถุดิบ และกระจายแหล่งนำเข้าปัจจัยการผลิตสำคัญ เพื่อลดความเปราะบางในระยะยาว”
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 มี.ค. 2569 เวลา : 19:14:33
17-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (16 มี.ค.69) ลบ 4.33 จุด ดัชนี 1,405.02 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (16 มี.ค.69) บวก 4.81 จุด ดัชนี 1,414.16 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำเริ่มลงมาทดสอบ แนวรับสำคัญบริเวณ 5,000 เหรียญ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้นบางส่วน

4. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.90 - 32.70 จับตาภูมิรัฐศาสตร์และประชุมธนาคารกลาง

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 มี.ค.69) ลดลง 300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 77,800 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 มี.ค.69) ทั่วไทยฝน 10% อากาศร้อนตอนกลางวัน ฝุ่นละอองน้อยถึงปานกลาง

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (16 มี.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (16 มี.ค.69) บวก 2.96 จุด ดัชนี 1,412.31 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 มี.ค.69) ลบ 20.45 จุด ดัชนี 1,409.35 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 มี.ค.69) ลบ 16.34 จุด ดัชนี 1,413.46 จุด

12. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 มี.ค.69) ร่วง 739.42 จุด หวั่นสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 มี.ค.69) ร่วง 53.30 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงลดความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 มี.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. พายุฝนฟ้าคะนอง 30% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคอีสาน 10%

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 มี.ค.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,800 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 17, 2026, 9:44 am