
คาด SET แกว่งผันผวน อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 15 ข้อของสหรัฐฯ ตรงข้ามกับข้อมูลจากสหรัฐฯ ที่ระบุว่าอิหร่านยอมรับข้อเสนอส่วนใหญ่ สถานการณ์ที่พลิกผันสร้างความกังวลว่าสหรัฐอาจโจมตีโรงไฟฟ้า แหล่งน้ำมัน และเกาะคาร์กตามที่ขู่ไว้ ประเด็นในประเทศวันนี้ รมว.คลังประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง เดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนจากราคาพลังงาน-ต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มสูง ทางเทคนิคดัชนียังไม่ผ่านแนวต้าน 1465 ส่วนการพักตัวมีแนวรับ 1425-1415
ประเด็นสำคัญ
• วานนี้ ปธน. ทรัมป์ประกาศขู่การโจมตีอีกครั้งต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน รวมถึง โรงไฟฟ้าและเกาะ Kharg หากอิหร่านไม่รีบตอบรับข้อเสนอสันติภาพและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิหร่านออกแถลงการณ์ปฏิเสธและฉีกข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ เนื่องจากเห็นว่าเรียกร้องมากเกินไป
• กบน. มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกดีเซลขึ้นอีก 1.80 บาท/ลิตร สู่ระดับ 40.74 บาท/ลิตร และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้นอีก 1 บาท/ลิตร เนื่องจากราคาตลาดโลกได้พุ่งก้าวกระโดดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มองเป็นลบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่เป็น Sentiment เชิงบวกต่อพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล ซึ่งมีผู้ผลิต อย่าง BBGI UBE GGC
• สศค. เผยภาวะเศรษฐกิจไทยประจำ ก.พ. 69 ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนจากภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ภาคส่งที่เติบโตต่อเนื่อง โดยรวมเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง ติดตามความเสี่ยงจากตะวันออกกลางที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในเดือนหน้า
• นายกฯ เผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. ว่าล่าสุดตนได้ลงนามเสนอรายชื่อ ครม. เพื่อนำทูลเกล้าฯ แล้วตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดรายชื่อจะรอให้โปรดเกล้าฯ ก่อน หลัง ครม. โปรดเกล้าฯ แล้ว เบื้องต้นประเมินนายกฯ จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เม.ย. 69
• วันนี้ ติดตาม รมว. คลังประชุมภายในกระทรวง เพื่อเดินหน้า 3 มาตรการบรรเทาค่าครองชีพสู้วิกฤตพลังงาน ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน, การอัดฉีดเงินเพิ่มเติมแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท/คน จำนวน 13.4 ล้านคน และการเตรียมสินเชื่อ Soft Loan เพื่อเสริมสภาพคล่อง
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนสูงจากแรงขายลดความเสี่ยงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยทิศทางของ SET จะขึ้นกับผลการเจรจาเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารรุนแรงขึ้นคาด SET มีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1,350 จุด แต่หากบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรคาด SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความผันผวนจึงทำให้กลยุทธ์ลงทุนยังแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ยังอยู่ในโหมดระมัดระวังจากแรงกดดันด้านวิกฤติพลังงานที่อาจลามสู่ภาวะ Stagflation ทั่วโลก แต่ในความผันผวนยังมีความหวังจากการเจรจาที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเน้นความยืดหยุ่น โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นหลัก ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield > 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้น Buy on Weakness หุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น รวมทั้งราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมถึงหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
Daily Top Picks
GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังการเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 โดยรัฐบาลหลังจัดตั้ง ครม. ชุดใหม่เสร็จ ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP ส่วนผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.50 บาท
BANPU: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาถ่านหินที่ปรับขึ้นและความต้องการใช้ในภูมิภาคที่สูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และได้ประโยชน์จากการลงทุนในสหรัฐฯ ในธุรกิจก๊าซฯ และโรงไฟฟ้าที่ตามอุปสงค์ที่สูงขึ้น ตลาดประเมินผลประกอบการปี 69 จะพลิกกำไร 3.6 พันลบ. จากขาดทุน 2.0 พันลบ. ในปีก่อน เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.40 บาท
ข่าวเด่น