หุ้นทอง
เมย์แบงก์ประเมินตลาดมีโอกาสฟื้น หากปัจจัยเสี่ยงคลี่คลาย แนะทยอยเพิ่ม Risk-on


บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าทิศทางตลาดการเงินโลกเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก จากแนวโน้มที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย โดยมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารภายในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปรับพอร์ตการลงทุนโดยเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อสนับสนุนโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในกรณีที่สถานการณ์ความขัดแย้งยุติลง

นางสาวปัณฑารีย์ เถื่อนถนอม, CFP®, AISA, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่าย Investment Solutions บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของตลาดการเงินโลก โดยหากสถานการณ์สงครามยุติลง จะช่วยลดแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินเพิ่มขึ้น และสร้างแรงหนุนให้นักลงทุนกลับเข้าสู่โหมด “risk-on” อีกครั้ง

ในมุมมองเชิงภูมิภาค เมย์แบงก์ มองว่าตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับฐานไปก่อนหน้านี้ มีโอกาสฟื้นตัวได้โดดเด่น โดยเฉพาะตลาดอินเดีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ซึ่งปรับตัวลงแรงจากความกังวลด้านสงคราม ขณะที่ sentiment ที่ดีขึ้นจะช่วยดึงดูดเงินทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เมย์แบงก์ แนะนำให้นักลงทุน “ปรับพอร์ตเชิงรุก” เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ ฝั่ง Take Profit แนะนำทยอยลดน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ในช่วงความขัดแย้ง เช่น กลุ่ม Defense & Space กลุ่มพลังงาน และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว อาทิ หุ้น: STEG19 (ST Engineering), OIL03, PETROCN80 (PetroChina), BYDCOM80, CATL80 และ  กองทุน: DAOL-DEFENSE, K-OIL, KF-OIL, KT-ENERGY

ขณะที่ฝั่ง Buy แนะนำเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากสงครามและมีโอกาสฟื้นตัวเด่น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์จากการเดินทางกลับมาคึกคัก อาทิ หุ้น: TRIPCOM80 (Trip.com),  BKNG80 (Booking Holdings), กองทุน: SCBTRAVEL(A) และกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง อาทิ NVDA80 (Nvidia) MSFT80 (Microsoft), BIDU80 (Baidu), กองทุน: ES-GTECH, MEGA10AICHINA-A และกลุ่มทองคำและแร่หายากที่ยังคงมีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว อาทิ GOLDUS19, ZIJIN80 (Zijin Mining), NEM06 (Newmont), กองทุน: DAOL-GOLD, UOBSG-H, DAOL-RARE

เมย์แบงก์ เน้นย้ำว่า แม้ภาพรวมตลาดเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก แต่สถานการณ์ยังอยู่ในช่วงของการเจรจาและต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การปรับพอร์ตลงทุนให้สอดรับกับทิศทาง “post-conflict recovery” จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนในระยะถัดไป

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 เม.ย. 2569 เวลา : 18:19:27
03-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 เม.ย.69) ลบ 5.27 จุด ดัชนี 1,465.72 จุด

2. ประกาศ กปน.: 7 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรามคำแหงตัดถนนราษฎร์พัฒนา

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (2 เม.ย.69) ลบ 4.96 จุด ดัชนี 1,466.03 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังจากขึ้นไปทดสอบระดับ 4,800 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็วราว 130 เหรียญ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 เม.ย.69) พุ่ง 134.50 เหรียญ รับดอลล์อ่อนค่า สงครามอิหร่านใกล้จบ

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 เม.ย.69) บวก 224.23 จุด ขานรับสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง / ภาคใต้ ฝน 10-20%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.80บาท/ดอลลาร์

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 เม.ย.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,600 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (2 เม.ย.69) ลบ 9.11 จุด ดัชนี 1,461.88 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 เม.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์

12. มติ กบน. ปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 4.11 บาท/ลิตร เป็น 17.78 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีก เพิ่มขึ้น 3.50 บาท/ลิตร

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (1 เม.ย.69) บวก 22.85 จุด ดัชนี 1,470.99 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (1 เม.ย.69) บวก 26.26 จุด ดัชนี 1,474.40 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลับมายืนเหนือระดับ 4,700 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 3, 2026, 5:21 am