หุ้นทอง
ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน มุ่งสกัดอาชญากรรมทางการเงิน


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หารือกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) ในการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักลูกค้า และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน คาดเริ่มใช้มาตรการได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ปัจจุบันกระบวนการให้บริการลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจมีขั้นตอนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) เพื่อให้สามารถรู้จักตัวตนของลูกค้าก่อนการให้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมทางการเงิน ที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน จึงเห็นความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานของกระบวนการ KYC/CDD ให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งในปี 2568 ก.ล.ต. ได้ยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำ KYC/CDD ในครั้งนี้ ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. เพิ่มความเข้มในเรื่องการ Enhanced Client Due Diligence (Enhanced CDD) และการติดตามธุรกรรมผิดปกติ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการ ดังนี้

(1) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced CDD) ในกรณีที่พบข้อมูลอาชีพ แหล่งที่มาของรายได้ หรือฐานะการเงินที่ลูกค้าระบุไม่สอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมหรือธุรกรรม เช่น มีการโอนเงินหรือหุ้นเข้ามาในบัญชีในมูลค่าสูงเกินกว่าข้อมูลรายได้ หรือกรณีที่ลูกค้ากู้ยืมเงินในมูลค่าสูงมาลงทุนทั้งที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ หรือกรณีที่ลูกค้ามีการรับโอนหุ้นจากบัญชีที่มีชื่อเป็นบุคคลเดียวกันจากผู้ประกอบธุรกิจอื่นในมูลค่าสูงเกินกว่าฐานะทางการเงินของลูกค้า

(2) พิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ไปยัง สำนักงาน ปปง. เช่น เมื่อ บล. พบความผิดปกติในการโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าและมีการโอนออกภายในวันเดียวกัน โดยไม่ได้มีการซื้อขายหลักทรัพย์หรือมีการซื้อขายหลักทรัพย์ในมูลค่าเพียงเล็กน้อย และเมื่อทำ Enhanced CDD แล้วไม่พบความสมเหตุสมผลในกรณีดังกล่าว

(3) ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้ารายที่พบความผิดปกติอย่างต่อเนื่องหลังจากผ่าน การทำ Enhanced CDD แล้ว รวมทั้งให้ตรวจสอบและสอบทานการทำ Enhanced CDD ดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง

(4) มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น หน่วงการถอนเงิน ลดวงเงินในบัญชีซื้อขายหรือปฏิเสธการให้บริการ

(5) กำหนดมาตรการหน่วงการถอนเงินกรณีลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานที่มาของรายได้หรือฐานะการเงินประกอบ การเปิดบัญชี และอาจพิจารณาทำ enhanced CDD เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

2. กำหนดเงื่อนไขในการฝาก-ถอนเงินเข้มงวดมากขึ้น

ก.ล.ต. จะกำหนดแนวทางการฝากและถอนเงินของลูกค้า ให้มีวิธีการที่ชัดเจน และรัดกุมยิ่งขึ้น ดังนี้

(1) กำหนดให้รับฝากและถอนเงินได้เฉพาะบัญชีธนาคารที่มีชื่อเดียวกับลูกค้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้บัญชีบุคคลอื่น หรือรับเงินสด

(2) หากพบการฝากเงินสดที่ธนาคารเข้าบัญชีซื้อขาย ต้องยืนยันว่าเป็นการฝากโดยเจ้าของบัญชีซื้อขาย และหากจำนวนเงินที่ทำธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะ ต้องทำ enhanced CDD ลูกค้าโดยการตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมและฐานะ หากยังไม่สมเหตุสมผลให้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยและติดตามธุรกรรมต่อไป

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การยกระดับมาตรฐาน KYC/CDD ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นทุนเทาที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง รวมถึงการถือหุ้นทางอ้อมและบุคคลที่ร่วมกันใช้อำนาจ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมและตลาดทุนโดยรวม”

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้หารือร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และผู้ประกอบธุรกิจ ผ่านการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงโดยไม่สร้างภาระเกินสมควร และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้มาตรการได้ภายในเดือนเมษายนนี้

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 เม.ย. 2569 เวลา : 15:58:55
11-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 10 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนอิสรภาพ

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 เม.ย.69) บวก 17.18 จุด ดัชนี 1,506.84 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการเจรจาสงบศึก โดยปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 4,700 เหรียญ

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 เม.ย.69) บวก 13.69 จุด ดัชนี 1,503.35 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 เม.ย.69) บวก 9.08 จุด ดัชนี 1,498.74 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 เม.ย.69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,250 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่/ ภาคเหนือ ฝน 10% ภาคใต้ 20-30%

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 เม.ย.69) บวก 40.80 เหรียญ เหตุดอลลาร์อ่อนค่าหนุนแรงซื้อ

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์

10. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 เม.ย.69) บวก 275.88 จุด ขานรับเจรจาสันติภาพยุติสงครามตะวันออกกลาง

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.07 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 เม.ย.69) บวก 4.63 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (9 เม.ย.69) บวก 4.48 จุด ดัชนี 1,489.51 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นตอบรับข่าวเชิงบวกจากการเจรจา ปรับตัวขึ้นไป 4,860 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายปรับตัวลดลงแตะระดับ 4,700 เหรียญ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 เม.ย.69) บวก 92.50 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ-อิหร่าน บรรลุดีลหยุดยิง 2 สัปดาห์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 11, 2026, 7:22 am