เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งฟื้นขึ้น สถานการณ์ผ่อนคลาย"


คาด SET แกว่งตัว sideways-up โดยคาดมีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ลงแรงวานนี้ ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ระบุอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน น่าจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตะวันออกกลางได้มากขึ้น แต่ตลาดยังมีความผันผวนจากความไม่ชัดเจนของการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านรอบ 2 ที่ยังไม่ถูกกำหนดวัน ทางเทคนิคดัชนีย่อตัวลงถึงเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน หากไม่ต่ำกว่า 1485 น่าจะเห็นการรีบาวด์ขึ้นได้ ประเมินแนวรับ 1485-1470 ส่วนแนวต้าน 1510-1520

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์เผยอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ขณะที่คาดสหรัฐฯ ปิดดีลอิหร่าน ก่อนสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 27-30 เม.ย. แต่ขู่หากไม่บรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารและยกระดับคว่ำบาตร มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังอยู่ในภาวะเปราะบางระหว่างรอติดตามผลเจรจารอบสอง

• S&P Global Ratings เผยอันดับเครดิตของอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน ประเมิน “ไทย” มีเสถียรภาพทนทานความเสี่ยงได้มากจากฐานะทางการเงินและนโยบายที่แข็งแกร่ง ส่วนเวียดนามและมาเลเซียอยู่ในระดับรับมือได้ แต่อินโดนีเซียเปราะบางมากสุด มองบวกต่อ Fund Flow ที่มีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในฐานะ Safe Haven ของภูมิภาค

• รมว. พาณิชย์ เตรียมพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ตามต้นทุนที่พุ่งสูง ขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มขยับขึ้นหลังสต็อกเดิมหมดลงช่วงกลาง พ.ค. นี้ จากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นจากมาเลเซียและบรูไน มองลบกดดันค่าครองชีพและกำลังซื้อภาคครัวเรือน ซึ่งซ้ำเติมสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงในช่วงก่อนหน้า

• รมว. พลังงาน เตรียมเรียกประชุม กบง. เร่งพิจารณาโครงสร้างค่าการกลั่นงวด 1-15 เม.ย. 69 โดยหากพบโรงกลั่นได้รับค่าการกลั่นสูงกว่าปกติ ก็จะปรับลดค่าการกลั่นได้อีก จากครั้งก่อนที่ได้ลดค่าการกลั่นดีเซลลง 2 บาท/ลิตร มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่นจากความเสี่ยงด้านนโยบายที่อาจถูกลดค่าการกลั่นในอัตราที่สูงขึ้น

• รมว. คลัง เผยเร่งสรุปมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่เบื้องต้น 2 หมื่นคัน เพื่อส่งเสริมการใช้รถที่ปล่อยมลพิษต่ำและลดการนำเข้าน้ำมัน โดยจะให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการนำไปเป็นส่วนลดให้ผู้ซื้อโดยตรง มองบวกต่อกลุ่มยานยนต์ (STANLY) แต่ขนาดผลกระทบอาจไม่มาก (2 หมื่นคันคิดเป็น 3% ของยอดขายรถยนต์ต่อปี)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์เพื่อรอผลการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน หลัง ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณจะมีการกลับมาเริ่มต้นเจรจาใหม่อีกครั้งก่อนเส้นตายหยุดยิงในวันที่ 22 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาตลาดรับรู้ (Price in) ความคาดหวังเชิงบวกไประดับหนึ่งแล้วจนดัชนีฟื้นตัวยืนเหนือระดับ 1,500 จุด จึงทำให้คาด SET เริ่มมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,530 จุด จนกว่าจะมีความชัดเจนของข้อตกลง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่สิ้นสุด

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,530 จุด จนกว่าจะทราบผลเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้

1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC   

2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN) 

3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์การลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

Trading Idea: 1. หุ้น Short-term Policy ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้นเพื่อประคองกำลังซื้อและลดค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากขยายเพดานราคาดีเซลในการคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU BCPG WHAUP SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC CPALL HMPRO GLOBAL

Daily Top Picks

ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 374 บาท

CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้บริการมีเติบโตต่อเนื่องและยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวหลังเกิดสงคราม ยอดขายร้านค้าแข็งแกร่ง ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นช่วงหลังสงครามที่ปรับลงคาดได้สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.75 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 17 เม.ย. 2569 เวลา : 11:21:36
17-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (17 เม.ย.69) ลบ 13.20 จุด ดัชนี 1,476.53 จุด

2. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ "Sideways Up" โดยพยายามยืนเหนือระดับสำคัญบริเวณ 4,800 เหรียญ

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 เม.ย.69) ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 40% ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 30% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 20% ภาคเหนือ 10%

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (16 เม.ย.69) บวก 115 จุด รับความหวังวิกฤตตะวันออกกลางคลี่คลาย

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (16 เม.ย.69) ลบ 15.30 ดอลลาร์ นักลงทุนจับตาเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 เม.ย.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,500 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 เม.ย.69) ลบ 2.26 จุด ดัชนี 1,487.47 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.15 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 เม.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.06 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (16 เม.ย.69) ลบ 17.11 จุด ดัชนี 1,489.73 จุด

11. ประกาศ กปน.: 20 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเจริญนคร

12. MTS Gold คาดราคาทองคำในช่วงวันหยุดยาวยังคงมี ความผันผวนสูง แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,780 - 4,720 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,850 - 4,900 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (16 เม.ย.69) ลบ 8.04 จุด ดัชนี 1,498.80 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้( 16 เม.ย. 69) ลบ 2.49 จุด ดัชนี 1,504.35 จุด

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 เม.ย.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 73,700 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 17, 2026, 2:21 pm