เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกฟื้น หลายตลาดทำสถิติสูงสุด หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย แนะกลยุทธ์ Stay Invested ควบคู่การกระจายความเสี่ยง และ Buy on Dip


 
Krungthai CIO ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุนหลายตลาดหุ้นโลกทำ All-time High 
แนะ 3 กลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวน Stay Invested และหาจังหวะทยอยขายบางส่วนทำกำไร ควบคู่
การสะสมทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
 
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 20–24 เมษายน 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง จากความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว ช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดยดัชนี S&P 500, NASDAQ 100 และ Nikkei สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) ได้อีกครั้ง  ส่วนหนึ่งจากจากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
 
อย่างไรก็ตาม  Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังความผันผวน จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยแนะ 3 กลยุทธ์ลงทุน ได้แก่ การคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) เพื่อรับโอกาสเติบโต การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และการเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลง (Buy on Dip) โดยเน้นจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวบริเวณแนวรับสำคัญ เพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety)
 
นอกจากนี้ แนะนำปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) โดยให้น้ำหนักในกลุ่ม Technology, Semiconductor, Healthcare และ Power Bottleneck และ Renewable Energy ควบคู่ไปกับการลงทุนในหุ้นจีนฝั่ง A-Share ขณะที่การปรับตัวลงของราคาทองคำ มองว่าเป็นโอกาสในการทยอยสะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินในระยะยาว
 
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการฟื้นตัวของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่าย เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของเดือนมีนาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต่อไป 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 เม.ย. 2569 เวลา : 12:12:12
22-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 28 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดพร้าว

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 เม.ย.69) บวก 1.65 จุด ดัชนี 1,483.50 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (21 เม.ย.69) บวก 2.14 จุด ดัชนี 1,483.99 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.85 - 32.15 บาท/ดอลลาร์

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังคงทรงตัวบริเวณ 4,800 เหรียญ หลังจากก่อนหน้าปรับตัวลงไปบริเวณ 4,750 เหรียญ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 เม.ย.69) ร่วง 50.80 ดอลลาร์ กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ

7. ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (21 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 เม.ย.69) ลบ 4.87 จุด กังวลอิหร่าน-สหรัฐฯกลับมาตึงเครียด

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ภาคตะวันออก ฝน 30% ภาคอีสาน-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 10%

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 เม.ย.2569) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 เม.ย.69) บวก 1.94 จุด ดัชนี 1,483.79 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (20 เม.ย.69) ลบ 0.60 จุด ดัชนี 1,481.85 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (20 เม.ย.69) ลบ 2.60 จุด ดัชนี 1,479.85 จุด

14. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.80 - 32.35 ผันผวนตามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 เม.ย. 69 ) ลบ 3.50 จุด ดัชนี 1,478.95 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 22, 2026, 10:23 am