
คาด SET แกว่งขึ้น หนุนจากปธน. ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ฝั่งอิหร่านเชื่อว่าเป็นแผนซื้อเวลา แต่ก็มีแนวโน้มที่จะไปร่วมเจรจารอบสองที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินหน้าการเจรจามากขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศน่าจะคลายกังวลเรื่องเครดิตเรทติ้งลง หลัง Moody's ปรับเพิ่ม Outlook และคาดจะช่วยชะลอการไหลออกของ Fund Flow หลังต่างชาติขายสุทธิ 4 วันติด ทางเทคนิค ดัชนียืนเหนือ 1470 ได้ยังเป็นสัญญาณที่ดี
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ประกาศผ่าน Truth Social ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป (จากเดิมที่จะสิ้นสุดวัน 22 เม.ย. นี้) ตามการประสานงานของปากีสถาน เพื่อเปิดช่องให้มีการเจรจาข้อเสนอสันติภาพ แต่ยังคงมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง จากลดความเสี่ยงเกิดสงครามเต็มรูปแบบระยะสั้น
• ทีมไทยแลนด์เผยความสำเร็จจากการประสานกับอิหร่านและโอมานเปิดทางให้เรือสัญชาติไทย 3 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมันขนาด 2 ล้านบาร์เรลของ PTT, เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 7 แสนบาร์เรลของ BCP และเรือบรรทุก Naphtha 5.5 หมื่นตันของ SCC มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
• Moody’s Ratings ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตของไทย (Outlook) ขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) จากเดิม “เชิงลบ” (Negative) และคงอันดับเครดิตที่ Baa1 มองช่วยลดความเสี่ยงถูกลดอันดับเครดิต และเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งเป็นบวกต่อการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนลบ.
• รัฐบาลยืนยันไทม์ไลน์งบปี 2570 เริ่มใช้ ต.ค. 69 ตามกำหนด (ครม. เห็นชอบ มิ.ย. / เข้าสภา ก.ค. / ทูลเกล้าฯ ก.ย.) ช่วยคลายกังวลการใช้งบล่าช้าจะกระทบต่อ GDP อย่างมีนัยสำคัญ มองบวกต่อกลุ่มรับเหมา (STECON CK) และกลุ่มพาณิชย์ที่รอรับมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง
• กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอเกณฑ์ “รถเก่าแลกรถใหม่” ให้ รมว. คลัง พิจารณาช่วงกลาง พ.ค. 69 ล่าสุดอยู่ระหว่างพิจารณาจำนวนรถที่เข้าร่วมรายการ รวมทั้งอาจครอบคลุมรถ Hybrid และ EV มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มยานยนต์และสินเชื่อ (STANLY AH TISCO KKP)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL
Daily Top Picks
CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง จำนวนผู้ใช้บริการเติบโตต่อและยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวหลังเกิดสงคราม ยอดขายแข็งแกร่ง ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นช่วงหลังสงครามที่ปรับลงคาดได้สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่งแล้ว และค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.25 บาท
WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนลบ., Moody’s ปรับ Outlook เครดิตเรทติงของไทยขึ้น และรัฐบาลเชิญบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้าลงทุนในไทย เป็น Sentiment เชิงบวกต่อเม็ดเงินลงทุนทั้งจากภาครัฐและต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 เติบโต 87% ที่ 2,500 ไร่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.60 บาท
ข่าวเด่น