
คาด SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดได้แรงหนุนจากหุ้น Tech สหรัฐฯ รวมทั้งราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้นน่าจะกลับมาหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ นักลงทุนน่าจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศ ทั้งมาตรการพยุงเศรษฐกิจและการรายงานงบฯ มากขึ้น หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัย โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพรอบสองที่ยังต้องจับตาว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้หรือไม่ ทำให้ดัชนียังเคลื่อนไหวกรอบจำกัด ทางเทคนิค หากดัชนียืนเหนือ 1470 ได้ มองยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ปธน. ทรัมป์จะให้เวลาอิหร่านอีก 3-5 วันในการยื่นข้อเสนอที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพแก่สหรัฐฯ มิฉะนั้นการขยายระยะเวลาหยุดยิงที่เคยประกาศจะยุติลง และเผยเพิ่มเติมว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 23 เม.ย. นี้
• รมว. คลังเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนลบ. โดยจะยึดเพดานหนี้สาธารณะเดิมที่ 70% ต่อ GDP, ขยายระยะเวลาการใช้ VAT ที่ 7% อีก 1 ปี และยืนยันการเดินหน้า “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” คาดจะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 มองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ผ่านการเบิกจ่ายงบลงทุน (บวกต่อรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, นิคมฯ) และการกระตุ้นการใช้จ่าย (บวกต่อค้าปลีกและไฟแนนซ์)
• ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมใน มี.ค. 2569 ลดลงสู่ 88.6 จาก 90.0 ในเดือนก่อน กดดันจากสงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบแพง, ห่วงโซ่วัตถุดิบชะงัก และราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 40 บาท/ลิตรในช่วงปลาย มี.ค. 2569
• กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์กองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดมีรายจ่ายชดเชยดีเซลลดลงเหลือ 32 ลบ./วัน และฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 6.21 หมื่นลบ. มองเป็น Sentiment เชิงบวกและลดแรงกดดันต่อธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่อนคลายลงตามราคาน้ำมันโลกที่ลดลงและภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่ลดลง
• รมว. ท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ยกเลิกมาตรการ “ฟรีวีซ่า 60 วัน” สำหรับทุกประเทศ และกลับไปใช้เกณฑ์วีซ่าของแต่ละประเทศตามเดิม เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพและลดปัญหาที่ไม่พึงประสงค์
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL
Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, กระแสการลงทุนใน AI และ Sentiment เชิงบวกจากดัชนี Nasdaq ที่ทำ New High คาดบริษัทจะมี New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้ Phononic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตใน 2H69 และ Mass Production ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.00 บาท
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นวานนี้และความกังวลต่อความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่มขึ้น หลังมีรายงานการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเจรจารอบใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า ด้านกำไรปกติ 1Q69 คาดจะเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ ตามปริมาณขายก๊าซฯ ที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 147 บาท
ข่าวเด่น