
คาด SET แกว่งในกรอบ นักลงทุนลดความคาดหวังสงคราม ตะวันออกกลางยุติลงในเวลาอันใกล้ แม้มีการขยายเวลาหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจายุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านก็ตาม ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด ปธน.ทรัมป์สั่งปิดล้อมท่าเรือและทำลายเรือทุกลำของอิหร่านที่วางทุ่นระเบิด ส่งผลราคาน้ำมันยังคงขยับขึ้น ทางเทคนิค ดัชนีปรับลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากหลุด 1450 เป็นสัญญาณลบมีโอกาสลงต่อ
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ ประกาศขยายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีสหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน รวมทั้งโจมตีเรือที่วางทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบและเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย สะท้อนสถานการณ์ยังยืดเยื้อกดดันบรรยากาศลงทุนต่อเนื่อง
• กบง. มีมติลดราคาดีเซล แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 (24 เม.ย.–9 พ.ค.) ลดราคา 5 บาท/ลิตร และช่วงที่ 2 (10-19 พ.ค.) ลดราคา 3 บาท/ลิตร ด้าน กบน. ประกาศลดราคาดีเซลลง 1.50 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. มองลบต่อกำไรกลุ่มโรงกลั่น ระยะสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน คาดการแทรกแซงของรัฐบาลจะเป็น Overhang กดดันราคาหุ้น
• MSCI เตรียมปรับวิธีคำนวณ Free Float ให้ละเอียดขึ้นในรอบ พ.ค. 69 ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจถูกลดน้ำหนักเชิงสัมพัทธ์เมื่อเทียบกับกลุ่ม EM ราว 1-1.5% คิดเป็นเม็ดเงินไหลออกราว 1.8- 2.0 พันลบ. ซึ่งอยู่ในระดับที่ตลาดรับมือได้ โดยหุ้นเสี่ยงคือหุ้นใหญ่ที่มี Free Float ต่ำหรือคาบเกี่ยวเกณฑ์ปัดเศษใหม่ แนะนำรอประกาศจาก MSCI กลาง พ.ค
• เงื่อนไขโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เบื้องต้นรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% และรูปแบบการจ่ายเงินมีแนวโน้มทยอยจ่ายเป็นงวดรายเดือน ส่วนระยะเวลาโครงการและจำนวนผู้เข้าร่วมสิทธิ์อยู่ระหว่างพิจารณา ขึ้นกับงบกลางที่รัฐบาลจะรวบรวมได้ ซึ่งจะช่วยหนุนกำลังซื้อในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์
• ธอส. ตอบรับนโยบายรัฐบาล เปิดตัวโครงการสินเชื่อปล่อยกู้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเก่าติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 3 แสนบาท/ราย ด้วยดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1% มองว่าจะช่วยสนับสนุนความต้องการติดตั้ง Solar Rooftop มองเป็นบวกต่อผู้จำหน่ายและรับติดตั้ง GULF GUNKUL HMPRO GLOBAL
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL
Daily Top Picks
GLOBAL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโครงการสนับสนุน Solar Rooftop ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, ราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง และการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ ด้านผลประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวใน มี.ค. 2569 จากการเร่งซื้อวัสดุก่อสร้างก่อนปรับขึ้นราคา เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.80 บาท
TRUE: การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบจำกัดจากสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ผลประกอบการ 1Q69 มีแนวโน้มเติบโต เราประเมินกำไรปกติที่ 6.1 พันลบ. (+41%YoY และ 1%QoQ) จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และต้นทุนมีแนวโน้มลดลงตามต้นทุนคลื่นและต้นทุนไฟฟ้า เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.10 บาท
ข่าวเด่น