เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "ส่งออกเดือน มี.ค. 2569 ขยายตัว 18.7%YoY ท่ามกลางผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทย"


• มูลค่าส่งออกเดือน มี.ค. 2569 เติบโต 18.7%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 9.9%YoY โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 35.7%YoY ตามการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน มี.ค. ขาดดุล 3,339.5 ล้านดอลลาร์ฯ 

• Krungthai COMPASS ประเมินว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทย ผ่าน 2 ช่องทางหลักได้แก่ 1) ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งเริ่มกดดันต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการไทยมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิตที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และ 2) แรงส่งจากต่างประเทศที่อ่อนลง สะท้อนจากคำสั่งซื้อและยอดขายจากต่างประเทศที่เริ่มชะลอลง ทำให้ภาคการส่งออกไทยในระยะถัดไปเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นทั้งด้านต้นทุนและอุปสงค์

มูลค่าส่งออกเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ 35,157.1 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 18.7%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 9.9%YoY และสูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 9.8%1 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 13.3%YoY โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 

การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ (+41.9%YoY ต่อเนื่อง 30 เดือน)  สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บางตลาดเผชิญความท้าทายจากความ   ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง (-57.1%YoY)

มูลค่าการนำเข้าเดือน มี.ค. อยู่ที่  38,496.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 35.7%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 31.8%YoY จากแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นสำคัญ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 67.8%MoM โดยส่วนหนึ่งมาจากราคานำเข้าน้ำมันดิบต่อหน่วยที่ปรับเพิ่มขึ้น 24.2%MoM สะท้อนแรงกดดัน   ด้านต้นทุนพลังงานที่เริ่มสูงขึ้น
 
ดุลการค้าเดือน มี.ค. ขาดดุล -3,339.5 ล้านดอลลาร์ฯ
 
 
1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (As of Mar 2569)

Implication: 
 
Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้การส่งออกเดือน มี.ค. 69 จะขยายตัวสูง แต่ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ผ่านต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นและแรงส่งจากต่างประเทศที่อ่อนลง

 
1) แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตของไทยเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากราคานำเข้าต่อหน่วยของสินค้าอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันหลายรายการในเดือนมีนาคมปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน (+9.2%MoM) กลุ่มปิโตรเคมี (+6.3%MoM) และกลุ่มเคมีภัณฑ์ (+2.4%MoM) อีกทั้งมีความเสี่ยงที่ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากการส่งผ่านของต้นทุนพลังงานไปยังวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และต้นทุนตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะกดดันต้นทุนรวมของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติกและปิโตรเคมีที่มีสัดส่วนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานและปิโตรเคมีคิดเป็นกว่า 40% ของมูลค่าวัตถุดิบรวม2

2) เริ่มเห็นสัญญาณความต้องการจากต่างประเทศที่ชะลอลง สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อและยอดขายจากต่างประเทศของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่กลับมาปรับลดลงในเดือนมีนาคม เช่นเดียวกับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับลดลง ทั้งนี้เริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นในบางตลาดและบางสินค้า โดยเฉพาะตะวันออกกลางบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกไทยในกลุ่มยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ไม้ ขณะที่สินค้าบางกลุ่มเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากอุปสงค์ในเอเชียที่ชะลอตัวลง3 สอดคล้องกับดัชนี BSI4 ของ ธปท. โดยเฉพาะดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าที่ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554 ขณะเดียวกัน PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคมของจีนและญี่ปุ่นต่างชะลอลงจากเดือนก่อน จึงสะท้อนว่า แรงส่งของอุปสงค์ต่างประเทศโดยเฉพาะจากเอเชียเริ่มแผ่วลงจากช่วงต้นปี และจะเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการส่งออกไทยในระยะถัดไป
 
2 Input-Output table ปี 2564
3 หลายประเทศในเอเชียเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญของโลก
4 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Index: BSI)

กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
กฤตตฤณ เหล่าฤทธิ์
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 เม.ย. 2569 เวลา : 12:05:39
27-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,670 - 4,620 แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,750 - 4,800 เหรียญ

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 เม.ย.69) บวก 24.41 จุด ดัชนี 1,480.51 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคอีสาน ฝน 30% ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

4. ทีทีบี คาดสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทผันผวนอยู่ในกรอบ 31.60 - 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 เม.ย. 69) บวก 9.20 จุด ดัชนี 1,465.30 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 เม.ย.69) ร่วง 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,850 บาท

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 เม.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 32.42 บาทต่อดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00 - 32.70 จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 เม.ย.69) ลบ 5.25 จุด ดัชนี 1,456.10 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 เม.ย.69) ลบ 10.87 จุด ดัชนี 1,450.48 จุด

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน,ภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง 60% ภาคเหนือ 40% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคใต้ 10-20%

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 เม.ย.69) ร่วง 179.71 จุด นักลงทุนมีความหวังน้อยลงสงครามอิหร่านยากจะยุติ

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 เม.ย.69) ลบ 29 ดอลลาร์ กังวลสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง-หนุนเงินเฟ้อสูง

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.65 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 27, 2026, 3:55 pm