แบงก์-นอนแบงก์
ธอส. โชว์ผลงาน Q 1/2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 50,000 ล้านบาท ดันภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโต หนุนนโยบายรัฐจัดทำสินเชื่อประหยัดพลังงาน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1% ต่อปี พร้อมเดินหน้ายกระดับ Digital Data AI เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่บทบาทใหม่ Beyond Housing Bank



 
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 50,124 ล้านบาท ดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว สนับสนุนนโยบายรัฐบาลจัดทำสินเชื่อประหยัดพลังงาน พร้อมออกมาตรการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมและเงื่อนไขผ่อนปรน ให้กู้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1% อีกทั้งยังช่วยรักษาบ้านให้คนไทยได้อย่างยั่งยืนผ่าน 5 Strategic Pillars โดยนำเทคโนโลยี Digital Data และ AI ยกระดับการให้บริการและพัฒนาองค์กรทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ

 
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทย ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในแถบประเทศตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน แต่ ธอส. ยังคงบทบาทการเป็นสถาบันการเงินของรัฐในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย และเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (มกราคม – มีนาคม 2569) สามารถปล่อยได้ 50,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 24,395 ราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 103,885 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.31% (ไตรมาส 1/2568 มี NPL อยู่ที่ 5.77%) ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568  มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,900,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52% มีสินทรัพย์รวม 2,057,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% เงินฝากรวม 1,805,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54% การตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 158,373 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 152.45% สะท้อนถึงความมั่นคง พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.50% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50% 

“นอกจากการดำเนินงานตามภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว อีกบทบาท ธอส. พร้อมเป็นผู้พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อใหม่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ในปี 2569 โดย ธอส. ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะสมกับลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพอิสระ และ Green Finance เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน” ดร.มหัทธนะ กล่าว

ภายใต้สถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธอส. จึงให้ความสำคัญกับการดูแล ช่วยเหลือลูกค้าลดภาระค่าครองชีพ โดยเตรียมกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระเงินงวดลดลง ผ่านมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC4) เดือนที่ 1 – 3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 1,000 บาท เดือนที่ 4 - 6 ลดเงินงวดผ่อนชำระ โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90% +100 บาท และเดือนที่ 7 -12 ลดเงินงวดผ่อนชำระ โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 2.90% +100 บาท สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินงวดเกินกว่าที่กำหนด เงินดังกล่าวจะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี) และเมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขให้ลูกค้ากลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของสัญญาเดิมต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่องจากมาตรการแก้ไขหนี้ที่ ธอส. มีอยู่ โดยปัจจุบันมีลูกค้าได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการต่าง ๆ แล้วกว่า 32,858 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 37,204.66 ล้านบาท 

ดร.มหัทธนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธอส. ยังเดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน จึงได้จัดทำสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Roof หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในระยะยาว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม – แต่ง และสินเชื่อซ่อม - แต่ง Plus) 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธอส. ยังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มมีบ้านเป็นของตนเองได้มากขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมทั้งช่วยรักษาบ้านให้คนไทยได้อย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ 5 Strategic Pillars โดยนำเทคโนโลยี Digital Data และ AI ยกระดับกระบวนการทำงานและพัฒนาการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ อาทิ โครงการ G H BANK Easy Loan ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่าน Application :  GHB ALL GEN ครอบคลุมกระบวนการยื่นคำขอกู้ และอนุมัติสินเชื่อผ่านระบบดิจิทัล โดยจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ และช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็วเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น รวมถึงพัฒนาโครงการ Resale Home Ecosystem ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านธุรกิจบ้านมือสอง เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ–ขาย–กู้ที่อยู่อาศัยได้แบบครบจบในระบบเดียว ปัจจุบันมีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองได้กว่า 23% ของเป้าหมายโครงการที่ตั้งไว้ สะท้อนว่า ธอส. สามารถกระตุ้นการซื้อบ้านมือสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ NPL อย่างยั่งยืน โดย ธอส. ได้ร่วมมือกับกรมบังคับคดี เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร NPL แบบครบวงจร ด้วยการบูรณาการฐานข้อมูลและกระบวนการขายทอดตลาดผ่านระบบร่วมกัน ปัจจุบันสามารถจำหน่ายทรัพย์ภายใต้โครงการดังกล่าวรวมกว่า 2,500 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้ง ธอส. ยังยกระดับโครงการ NPL Recovery ระยะที่ 2 ต่อยอดระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analysis) ภายใต้การบริหารจัดการสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ โดยนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการเลื่อนชั้นหนี้ล่วงหน้า พร้อมจัดทำ Dashboard สำหรับบริหารติดตามหนี้เชิงรุก ช่วยลูกค้าวางแผนการผ่อนชำระเงินงวดได้ทันท่วงที ทำให้ลูกค้ารักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ ธอส. เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่บทบาทใหม่ “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 
 

LastUpdate 27/04/2569 15:58:24 โดย : Admin
27-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 เม.ย.69) บวก 23.03 จุดดัชนี 1,479.13 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,670 - 4,620 แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,750 - 4,800 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 เม.ย.69) บวก 24.41 จุด ดัชนี 1,480.51 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคอีสาน ฝน 30% ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

5. ทีทีบี คาดสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทผันผวนอยู่ในกรอบ 31.60 - 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 เม.ย. 69) บวก 9.20 จุด ดัชนี 1,465.30 จุด

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 เม.ย.69) ร่วง 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,850 บาท

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 เม.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 32.42 บาทต่อดอลลาร์

9. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00 - 32.70 จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 เม.ย.69) ลบ 5.25 จุด ดัชนี 1,456.10 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 เม.ย.69) ลบ 10.87 จุด ดัชนี 1,450.48 จุด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน,ภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง 60% ภาคเหนือ 40% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคใต้ 10-20%

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 เม.ย.69) ร่วง 179.71 จุด นักลงทุนมีความหวังน้อยลงสงครามอิหร่านยากจะยุติ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 เม.ย.69) ลบ 29 ดอลลาร์ กังวลสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง-หนุนเงินเฟ้อสูง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 27, 2026, 6:21 pm