เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai CIO จับตาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ - ญี่ปุ่น - ไทย ชี้ชะตาสภาพคล่องโลก แนะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ รับจังหวะความตึงเครียดคลี่คลาย


Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเชิงบวก  หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายชั่วคราว ส่งผลตลาดหุ้นหลายแห่งทำจุดสูงสุดใหม่ ชี้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความเสี่ยงกลับมากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ แนะลงทุนแบบ Selective ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ในจังหวะตลาดปรับฐาน จับตาการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งกำหนดทิศทางสภาพคล่องในระยะถัดไป

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 27–30 เมษายน 2569 ว่า แม้ตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time High) จากการขยายระยะเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางออกไปอย่างไม่มีกำหนดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) มากกว่าการให้น้ำหนักตลาดในภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้ หากการเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า โดยคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) ในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และหาจังหวะสะสมเมื่อราคาปรับฐาน (Buy on Dip) พร้อมพิจารณาทยอยขายทำกำไรบางส่วนเพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) ให้กับพอร์ตการลงทุน

สัปดาห์นี้ Krungthai CIO ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีปัจจัยสนับสนุนชัดเจน ได้แก่ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Power Bottleneck / Renewables) ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของ AI Ecosystem รวมถึงหุ้นกลุ่มคุณภาพ (Quality Growth) ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง นอกจากนี้ให้น้ำหนักตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว และหุ้นจีนฝั่ง A-Share เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมแนะนำการลงทุนใน REITs ไทยและสิงคโปร์ ซึ่งให้กระแสรายได้สม่ำเสมอ และแนะนำถือครองทองคำในสัดส่วนร้อยละ 5-10 ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตลาดโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนต้องติดตามคือ ผลการประชุมของ 3 ธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อสภาพคล่องของตลาดโลกในระยะถัดไป ควบคู่ไปกับการติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และความคืบหน้าของการเปิดเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงและภาพรวมเศรษฐกิจโลก
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 เม.ย. 2569 เวลา : 11:19:49
28-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 เม.ย.69) ลบ 7.52 จุด ดัชนี 1,471.61 จุด

2. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 เม.ย.69) ร่วง 47.20 ดอลลาร์ กังวลสงครามยืดเยื้อ หนุนน้ำมันพุ่ง - เงินเฟ้อสูง

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 เม.ย.69) ลบ 62.92 จุด จับตาผลประกอบการ-ประชุมเฟด

4. MTS Gold คาดราคาจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,650 - 4,610 เหรียญ แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,720 - 4,760 เหรียญ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น และยังมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคอีสาน ฝน 30% ภาคใต้ 20-30% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (28 เม.ย.69) บวก 5.17 จุด ดัชนี 1,484.30 จุด

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 เม.ย.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,600 บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 เม.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 เม.ย.69) บวก 23.03 จุดดัชนี 1,479.13 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,670 - 4,620 แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,750 - 4,800 เหรียญ

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 เม.ย.69) บวก 24.41 จุด ดัชนี 1,480.51 จุด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคอีสาน ฝน 30% ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

14. ทีทีบี คาดสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทผันผวนอยู่ในกรอบ 31.60 - 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 เม.ย. 69) บวก 9.20 จุด ดัชนี 1,465.30 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 28, 2026, 4:01 pm