หุ้นทอง
EURO เปิดปี 2569 สดใส โชว์กำไร Q1 พุ่ง 38% สะท้อนกลยุทธ์ Luxury Lifestyle & Wellness Living เริ่มออกผล ตุน Backlog 1,495 ลบ. หนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 10-15%


บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) เปิดปี 2569 ด้วยผลงานไตรมาส 1 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รายได้จากการขายและบริการแตะ 366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท พุ่ง 38.1% พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 50.6% สะท้อนคุณภาพการเติบโตที่ขับเคลื่อนจากการขยายพอร์ตแบรนด์และการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ Full Lifestyle and Wellness Living Solutions ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มียอดขายค้างส่ง (Sales Order Outstanding) ณ สิ้นไตรมาสกว่า 1,495 ล้านบาท เป็นฐานสำคัญที่จะหนุนรายได้ในไตรมาสต่อๆ ไป มั่นใจผลักดันรายได้ทั้งปีเติบโตเข้าเป้า 10-15% ตามแผน

 
นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (EURO) ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ "Luxury Lifestyle and Wellness Living Solutions" ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิตผ่านแบรนด์ระดับโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55 ล้านบาท หรือ 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 311 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท หรือ 38.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท

ในด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้น 50.6% ปรับตัวสูงขึ้นจาก 48.8% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากสัดส่วนรายได้ของกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุน ส่วนลด และสัดส่วนผลิตภัณฑ์อย่างมีวินัย

กลยุทธ์ Full Lifestyle and Wellness Living เริ่มสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
นายเควิน กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่บริษัทฯ วางไว้กำลังเดินมาถูกทาง โดย EURO ไม่ได้มุ่งเป็นเพียงผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มลักชัวรีลิฟวิ่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าระดับบนได้ครบวงจรมากขึ้น ทั้งด้านบ้าน สุขภาพ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การอยู่อาศัย

ปัจจุบัน EURO มีพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม Luxury Living (Molteni&C, Poltrona Frau, B&B Italia, Maxalto) ระบบเสียงและสมาร์ทโฮม (Bang & Olufsen) สินค้าสุขภาพและฟิตเนส (Technogym) เครื่องนอนระดับลักชัวรี (Vispring) ตลอดจนผ้าปูที่นอนและลินินระดับโลก (Frette) ทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าไปอยู่ในหลายจังหวะสำคัญของการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วงออกแบบบ้าน เลือกวัสดุ เลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยหลังบ้านเสร็จสมบูรณ์

กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการขายต่อเนื่องและการขายข้ามหมวดสินค้า (Cross-Selling) เนื่องจากลูกค้ากลุ่มลักชัวรีไม่ได้มองหาสินค้าเพียงชิ้นเดียว แต่มองหาบ้านที่สะท้อนรสนิยม คุณภาพชีวิต และตัวตนของเจ้าของบ้าน EURO จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการต่อยอดฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านแบรนด์ระดับโลกและเครือข่ายพันธมิตรในวงการออกแบบและอสังหาริมทรัพย์

Backlog แข็งแกร่ง หนุนแนวโน้มไตรมาสต่อๆ ไป
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากยอดขายค้างส่ง (Sales Order Outstanding) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่ารวม 1,495 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามแผนการส่งมอบ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงได้รับลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจากการขยายพื้นที่โชว์รูมและการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับชั้นนำ

ล่าสุด บริษัทฯ ได้เข้าร่วมงานสถาปนิก'69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมจัดนิทรรศการ "Masters Forum, Masters of Design" นำเสนอแนวคิดการออกแบบระดับโลกสู่กลุ่มลูกค้าและผู้สนใจในประเทศไทย โชว์งานออกแบบอันทรงคุณค่าที่คงอยู่เหนือกาลเวลา สร้างเวทีแห่งบทสนทนาที่เชื่อมโยงแนวคิดจากปรมาจารย์ยุคโมเดิร์น สู่บริบทการใช้ชีวิตในอนาคต (Future Living) ผ่านผลงานลิขสิทธิ์แท้จากแบรนด์ระดับโลก ได้แก่ Cassina, Molteni&C, Poltrona Frau และ B&B Italia ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานอย่างคึกคัก

"ผลงานไตรมาสแรกของ EURO ไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโตระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณว่าทิศทางธุรกิจของเรากำลังเริ่มออกผลอย่างชัดเจน จากบริษัทลักชัวรีเฟอร์นิเจอร์ สู่แพลตฟอร์ม Luxury Lifestyle and Wellness Living ที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าจะผลักดันรายได้ทั้งปี 2569 เติบโตในระดับ 10-15% ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมต่อยอดจากพอร์ตแบรนด์ระดับโลก ฐานลูกค้าระดับบน และกลยุทธ์การขายแบบครบวงจรที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว" นายเควิน กล่าวในที่สุด
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 พ.ค. 2569 เวลา : 19:21:55
13-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 พ.ค.69) บวก 33.70 จุด ดัชนี 1,517.26 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบบริเวณ 4,680 - 4,720 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 พ.ค.69) บวก 30.79 จุด ดัชนี 1,514.35 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) ลบ 42 ดอลลาร์ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง / ภาคกลาง ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 30%

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) บวก 56.09 จุด, S&P500-Nasdaq ปิดลบ นักลงทุนเทขายทำกำไร กังวลเงินเฟ้อสูง-สงครามอิหร่านยืดเยื้อ

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (13 พ.ค.69) บวก 9.72 จุด ดัชนี 1,493.28 จุด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 พ.ค.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,800 บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (13 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.37 บาทต่อดอลลาร์

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

11. ข่าวด่วน!! พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 พ.ค.69) ลบ 5.73 จุด ดัชนี 1,483.56 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (12 พ.ค.69) ลบ 0.52 จุด ดัชนี 1,488.77 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (11 พ.ค.69) ลบ 2 ดอลลาร์ จับตาเจรจาสันติภาพอิหร่าน-เงินเฟ้อสหรัฐฯ

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (11 พ.ค.69) บวก 95.31 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI, จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 13, 2026, 9:04 pm