หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งตัว จับตาซัมมิตทรัมป์-สี"


 
คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ความกังวลเงินเฟ้อเร่งตัวจากผลของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเริ่มปรากฏชัด หลังสหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI และ CPI สูงสุดในรอบ 4 ปี ทำให้คาดว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ ขณะที่ นลท. จับตาการหารือ ปธน.ทรัมป์และ ปธน.สีจิ้นผิง ในวันนี้และพรุ่งนี้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังเป็นการติดตามและเฝ้าระวัง ส่วนในประเทศติดตามโค้งสุดท้ายการรายงานงบ 1Q69 ทางเทคนิคดัชนีดีดตัวขึ้นเหนือ 1500 อาจมีย่อพักตัวสลับบ้างแต่หากยืน 1500 ได้ยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• วันนี้จับตา ปธน. ทรัมป์ นำทัพ CEO ระดับโลก (อาทิ Nvidia, Tesla) เปิดฉากเจรจากับ ปธน. สี จิ้นผิง เพื่อหารือหลายประเด็นตั้งแต่หวังเปิดตลาดในจีนมากขึ้น, การเข้าถึงแร่หายาก, ความร่วมมือ AI รวมถึงจุดยืนเรื่องไต้หวันและอิหร่าน ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้มองจะหนุนบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

• การผลิตน้ำมันของ OPEC ใน เม.ย. ลดลงกว่าราว 30% เทียบกับช่วงก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้น และปรับลดคาดการณ์เติบโตอุปสงค์โลกเหลือ +1.2 ล้านบาร์เรล/วัน (เดิม +1.4) จากปัญหาลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยแม้อุปสงค์จะชะลอตัว แต่ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงจากแรงพยุงความเสี่ยงด้าน Supply (Geopolitical Risk)

• PPI สหรัฐฯ ใน เม.ย. เพิ่มขึ้น 6.0%YoY และ 1.4%MoM สูงกว่าตลาดคาดและเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีต้นทุนพลังงานและผลกระทบจากภาษีนำเข้าเป็นตัวขับเคลื่อน มองภาพเงินเฟ้อระดับสูงอาจทำให้ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าตลาดคาด 

• รมว. คลังเผยการลงทุน FDI ใน 1Q69 มีมูลค่ากว่า 2.6 แสนลบ. เติบโต 18% และยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI เติบโตกว่า 60% สะท้อนความเชื่อมั่นของ นลท. ต่างชาติ และจะเดินหน้าลดอุปสรรคด้านกฎหมายเพื่อปลดล็อก FDI และดัน GDP เติบโตระดับ 3% ภายในช่วง 1-2 ปี มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA, AMATA)

• ตลท. เผยกำลังทบทวนมาตรการกำกับซื้อขาย อาทิ ปรับลดช่วงซื้อขายหุ้นที่มีราคาตั้งแต่ 5-50 บาทให้แคบลง, เก็บ Extra Charge บัญชีส่งออเดอร์ถี่แต่จับคู่ไม่ได้, ขายชอร์ตได้เฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง และปรับปรุงเกณฑ์ Uptick Rule สำหรับขายชอร์ต พร้อมขึ้นทะเบียน HFT คาดเริ่มใช้ 3Q69 มองบวกต่อนักลงทุนรายย่อยจากลดความเหลื่อมล้ำกับ HFT, ต้นทุนเทรดต่ำลงจาก Tick Size แคบลง, และปลอดภัยจากถูก Short Sell ในหุ้นนอก SET100

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยมีกรอบบนที่ 1530-1550 จุด เนื่องจากตลาดรับรู้พัฒนาการบวกในการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้จะหันกลับมาโฟกัสความชัดเจนผลการเจรจาอิหร่าน และ Big Event อย่างการเยือนจีนของ ปธน. ทรัมป์เพื่อพบปะกับ ปธน. สีจิ้นผิงในปลายสัปดาห์ ซึ่งหากออกมาในเชิงบวกจะเป็น Catalyst ต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนรองรับจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. และ Thailand FastPass จาก BOI ที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ส่วนการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ซึ่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ดีกว่าตลาดคาดได้สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัว Sideways รอติดตามผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, การพบปะกันระหว่าง ปธน. สหรัฐฯ-จีน รวมทั้งการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ของ บจ.ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 1Q69 ออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อใน 2Q26 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ MTC SAWAD CPALL CPN GLOBAL BEM SIRI

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่จะได้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR SAWAD 2. หุ้นที่สัดส่วนต่างชาติถือครองยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (Undervalued & Underowned) ซึ่งมีโอกาสรับกระแส Fund Flow กลับมา ได้แก่ BDMS BJC CPALL HMPRO และ 3. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)

Daily Top Picks

KCE: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นและกำไรปกติ 1Q69 ที่เติบโตสูงกว่าที่คาด จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งชดเชยต้นทุนทองแดงที่ปรับขึ้น คาดผลประกอบการจะทรงตัวใน 2Q69 ก่อนจะเติบโตแข็งแกร่งใน 2H69 จากการปรับขึ้นราคาขายขึ้น 10-12% และการควบคุมต้นทุนที่ดีต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.00 บาท

WHA: ปัจจัยกระตุ้นจากการลงทุนและการตั้งฐานการผลิตในไทย BOI เผยยอดการลงทุน FDI ใน 1Q69 เติบโต 18%YoY แตะระดับ 2.6 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดส่งเสริมการลงทุนโตก้าวกระโดดกว่า 60% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 เติบโต 87% ที่ 2,500 ไร่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.70 บาท
 
 

LastUpdate 14/05/2569 11:14:15 โดย : Admin
14-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (14 พ.ค.69) บวก 21.86 จุด ดัชนี 1,539.12 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (14 พ.ค.69) บวก 7.05 จุด ดัชนี 1,524.31 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 พ.ค.69) บวก 5.24 จุด ดัชนี 1,522.50 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,680 - 4,720 เหรียญ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองและตกหนักบางแห่ง / ภาคเหนือ ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70%

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.45 บาท/ดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 พ.ค.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,600 บาท

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 พ.ค.69) ลบ 67.36 จุด, S&P500 และ Nasdaq ปิดนิวไฮ รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (13 พ.ค.69) บวก 20 ดอลลาร์ ตลาดจับตาการเจรจา "ทรัมป์ - สีจิ้นผิง"

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 พ.ค.69) บวก 33.70 จุด ดัชนี 1,517.26 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบบริเวณ 4,680 - 4,720 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 พ.ค.69) บวก 30.79 จุด ดัชนี 1,514.35 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) ลบ 42 ดอลลาร์ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง / ภาคกลาง ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 30%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 14, 2026, 11:11 pm