หุ้นทอง
PJW ส่งซิกครึ่งปีหลัง จ่อกลับมาผงาด ปักธง 4 กลุ่มธุรกิจฟื้นตัว ดีมานด์หนุน - ต้นทุนลด ดันมาร์จิ้นพุ่ง


บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) ส่งสัญญาณครึ่งปีหลัง 2569 ฟื้นตัว เหตุธุรกิจเข้าสู่ภาวะปกติ แรงหนุน 4 กลุ่มธุรกิจส่อแววกลับมาทะยาน เตรียมนับถอยหลัง Q3 - Q4 นี้ จ่อกลับมารับทรัพย์ อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ - ไม่แบกรับต้นทุนเพิ่ม พร้อมเดินเกมรุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เต็มสูบ หลังจากไตรมาส1/2569 รับแรงกระแทก จากปัจจัยสงคราม ส่งผลต้นทุนพุ่ง – กำลังซื้อหด โชว์กำไรสุทธิ 30.9 ล้านบาท และรายได้รวม 947.8 ล้านบาท  

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมประกาศเดินเกมรุกเร่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลักให้กลับมาสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่น ในครึ่งปีหลัง หลังจากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ผลกระทบจากภาวะสงครามตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ส่งผลให้ได้รับแรงกระแทกจากราคาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวเพิ่มเฉลี่ยสูงขึ้น 40-50% ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการปรับการบริหารจัดการแบบเชิงรุกในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ทิศทางธุรกิจในครึ่งหลังมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน และคาดว่าผลการดำเนินงานจะสามารถชดเชยภาวะชะลอตัวในไตรมาสแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

1. กลุ่มบรรจุภัณฑ์นมและสินค้าอุปโภคบริโภค: บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลัง ปริมาณการยอดขายมีแนวโน้มกลับมาคึกคักจากการที่ลูกค้าต้องเร่งสะสมสต็อกสินค้าหลังสต็อกลดลงก่อนหน้า ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศ

2.  กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: มองว่าการส่งออกและค่าระวางเรือเริ่มผ่อนคลาย ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวชิ้นส่วนสำหรับโมเดลใหม่ในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นอัพไซด์สำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ

3. ธุรกิจบริการซักผ้าอุตสาหกรรม: บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% จากการรับรู้รายได้ฐานลูกค้าใหม่และออเดอร์ชุดยูนิฟอร์มที่จะทยอยเพิ่มข้ามาในครึ่งปีหลัง

4. กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ (Medical Product) : ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง และสร้างสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างโดดเด่น  โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถือเป็นไฮไลท์สำคัญของปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในครึ่งปีหลัง ปัจจุบันบริษัทฯ จำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ในประเทศเป็นหลัก และมีแผนเร่งขับเคลื่อนขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มเจาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ช่วงปลายปีนี้ตามแผนที่วางไว้         

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยอมรับว่าไตรมาสแรก ต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ เผชิญกับภาวะต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปรับตัวเพิ่มของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำให้การปรับราคาขายให้ลูกค้าทำได้ไม่ทันท่วงที เนื่องจากกลไกสัญญาที่มีระยะเวลาปรับราคาย้อนหลัง (Time Lag) ประมาณ 2 เดือน แต่ในทางกลับกัน เมื่อราคาวัตถุดิบเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งกลไกนี้จะเปลี่ยนมาเป็นบวกต่อบริษัทฯ ทันที 

โดยจะสามารถขายสินค้าในราคาอ้างอิงช่วงต้นทุนสูง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบจริงปรับตัวลดลง ซึ่งจะทำให้ Margin กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นและสร้างสมดุลให้กับผลประกอบการทั้งปีได้  

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 947.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.5 จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายบรรจุภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น บรรจุภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมนมและนมเปรี้ยว บรรจุภัณฑ์กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลดลงจากปีก่อนร้อยละ 6.3 ขณะที่ยอดขายส่วนงานชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์พ่นสี ลดลงร้อยละ 13.9 ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ยอดขายบรรจุภัณฑ์ ในประเทศจีน ปรับที่ลดลงร้อยละ 7.3 แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังเห็นสัญญาณบวกจากการเติบโต ของรายได้จากการบริการซักผ้าอุตสาหกรรมที่ยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่เริ่มเห็นผล ซึ่งสร้าง NewS-curve ใหม่ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 30.9  ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ร้อยละ 17.7 และมีอัตรากำไรสุทธิรวมเท่ากับร้อยละ 3.3 ซึ่งการลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดขาย ที่ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง  

 “บริษัทฯ ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพของกำไรขั้นต้นให้กลับมาสู่ระดับที่เหมาะสม โดยในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บริษัทฯ สามารถพลิกกลับสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งจากการ ปรับราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และการขยายตัวของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงแม้จะต้องอยู่ภายใต้สภาวะ ความกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย” นายวิวรรธน์ กล่าวทิ้งท้าย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 พ.ค. 2569 เวลา : 10:54:35
14-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (14 พ.ค.69) บวก 21.86 จุด ดัชนี 1,539.12 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (14 พ.ค.69) บวก 7.05 จุด ดัชนี 1,524.31 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 พ.ค.69) บวก 5.24 จุด ดัชนี 1,522.50 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,680 - 4,720 เหรียญ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองและตกหนักบางแห่ง / ภาคเหนือ ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70%

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.45 บาท/ดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 พ.ค.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,600 บาท

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 พ.ค.69) ลบ 67.36 จุด, S&P500 และ Nasdaq ปิดนิวไฮ รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (13 พ.ค.69) บวก 20 ดอลลาร์ ตลาดจับตาการเจรจา "ทรัมป์ - สีจิ้นผิง"

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 พ.ค.69) บวก 33.70 จุด ดัชนี 1,517.26 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบบริเวณ 4,680 - 4,720 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 พ.ค.69) บวก 30.79 จุด ดัชนี 1,514.35 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) ลบ 42 ดอลลาร์ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง / ภาคกลาง ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 30%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 14, 2026, 11:11 pm