
คาด SET แกว่งขึ้น คาดได้อานิสงส์จาก sentiment เชิงบวกในการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีน โดยกลุ่มอิเล็กฯ น่าจะหนุนตลาดได้ต่อ ขณะที่ประเด็นในประเทศวันนี้ช่วงเย็นนายกฯ เชิญ 20 CEO บจ. ยักษ์ใหญ่จาก 10 อุตสาหกรรมเข้าหารือเพื่อหาแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ติดตามโค้งสุดท้ายการรายงานงบ 1Q69 ทางเทคนิคดัชนีพุ่งแรง มีโอกาสทดสอบและผ่านจุดสูงเดิม 1545 ส่วนกรอบล่าง 1515 ไม่ต่ำกว่ายังดี
ประเด็นสำคัญ
• การประชุมสุดยอดผู้นำ ทรัมป์-สี จิ้นผิง วันแรกจบลงด้วยบรรยากาศที่ดี จีน-สหรัฐฯ เห็นพ้องต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานโลก ส่วนประเด็นไต้หวัน, การค้า และแร่หายาก ต้องติดตามต่อวันนี้ มองการเจรจาเชิงบวกจะช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลก ส่งผลดีระยะสั้นต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
• ปธน. ทรัมป์ เผยจีนตกลงซื้อเครื่องบินโบอิง 200 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ 10 บริษัทเทคฯ จีน รวมถึง Alibaba และ Tencent สามารถซื้อชิป AI H200 ของ Nvidia ได้ มองเป็น Sentiment บวกโดยตรงต่อหุ้นเทคฯ ทั่วโลก รวมทั้งบวกทางอ้อมต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย (DELTA HANA KCE) จากคลายกังวลด้าน Supply Chain
• IEA คาดอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 จะลดลง 4.2 แสนบาร์เรล/วัน จากภาวะอุปทานขาดแคลนขั้นรุนแรง ปริมาณน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซหายไปกว่า 14.4 ล้านบาร์เรล/วัน และเตือนตลาดน้ำมันมีแนวโน้มขาดดุลถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงและคงผันผวนต่อ
• คลังเผยบอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบมาตรการไทยช่วยไทยพลัสและเตรียมนำเสนอ ครม. พิจารณา 19 พ.ค. นี้ ด้าน รมว. คลัง ย้ำจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. เพราะวิกฤติกำลังลุกลาม และไม่กระทบจากยังไม่นำเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินเข้าสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรอ ศาล รธน. ตีความ เพราะกระบวนการทางฝ่ายบริหารได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว
• ธปท. เห็นควรให้ขยายอายุมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 เพื่อประคองภาคอสังหาฯ และลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินของไทย มองบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI) โดยจะช่วยหนุนอุปสงค์ในเซกเมนต์ระดับกลางถึงบน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยมีกรอบบนที่ 1530-1550 จุด เนื่องจากตลาดรับรู้พัฒนาการบวกในการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้จะหันกลับมาโฟกัสความชัดเจนผลการเจรจาอิหร่าน และ Big Event อย่างการเยือนจีนของ ปธน. ทรัมป์เพื่อพบปะกับ ปธน. สีจิ้นผิงในปลายสัปดาห์ ซึ่งหากออกมาในเชิงบวกจะเป็น Catalyst ต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนรองรับจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. และ Thailand FastPass จาก BOI ที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ส่วนการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ซึ่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ดีกว่าตลาดคาดได้สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัว Sideways รอติดตามผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, การพบปะกันระหว่าง ปธน. สหรัฐฯ-จีน รวมทั้งการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ของ บจ.ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 1Q69 ออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อใน 2Q26 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ MTC SAWAD CPALL CPN GLOBAL BEM SIRI
2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่จะได้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR SAWAD 2. หุ้นที่สัดส่วนต่างชาติถือครองยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (Undervalued & Underowned) ซึ่งมีโอกาสรับกระแส Fund Flow กลับมา ได้แก่ BDMS BJC CPALL HMPRO และ 3. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)
Daily Top Picks
CPN: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการ 1Q69 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง เราคาดเติบโต 25%YoY และ 0.1%QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่แข็งแกร่งและยอดโอนโครงการ Dusit Residences และคาดจะเติบโตต่อเนื่องใน 2Q69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 67.00 บาท
WHA: ปัจจัยกระตุ้นจากกำไร 1Q69 ออกมาดีกว่าคาดมาก ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้มองแนวโน้มกำไรยังคงเป็นบวก เนื่องจากมีปัจจัยหนุนจากความต้องการที่ดินสำหรับ data center และยอดขายที่ดินรอรับรู้รายได้ โดยคาดปี 2569 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.5 พันลบ. เติบโต 7.7%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.80 บาท
ข่าวเด่น