?
จีนเป็นผู้ใช้ยางพาราอันดับ 1 ของโลกที่ครองสัดส่วนกว่า 46% ของปริมาณการใช้ยางทั้งโลก และเนื่องจากจีนยังผลิตยางพาราได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ (แหล่งปลูกยางพาราหลักของจีนอยู่ในมณฑลยูนนาน ไห่หนาน และกว่างซีจ้วง รวมคิดเป็นกว่า 90% ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ครอบคลุมมาตรการในการยกระดับผลผลิตด้วยเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตสูง) ทำให้จีนเป็นผู้นำเข้ายางพาราอันดับ 1 ของโลกด้วย ซึ่งครองสัดส่วนกว่า 26% ของปริมาณยางพารานำเข้าทั้งโลก เพื่อรองรับในอุตสาหกรรมหลักในประเทศคือ การผลิตยางล้อรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น ขอบยางรถยนต์ ท่อยาง ยางรองแท่นเครื่อง ยางขอบประตู/กระจก ซีล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางประเภทต่างๆ เช่น ถุงมือยาง รองเท้า ของเล่น และอุปกรณ์ในงานวิศวกรรม เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จีนจะนำเข้าเป็นยางแท่งและยางแผ่นรมควัน ทั้งนี้ จีนมีการนำเข้ายางพาราจากไทยเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 38% ของปริมาณยางพาราที่จีนนำเข้าทั้งหมด ตามด้วยโกตดิวัวร์ (15%) เวียดนาม (11%) และเมียนมา (10%)
มณฑลของจีนที่นำเข้ายางพารารวมกว่า 3,868 ล้านดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็น 68% ของมูลค่านำเข้ายางพาราทั้งหมด จะอยู่ใน 3 มณฑลหลัก คือ ซานตง (40%) ยูนนาน (18%) และเจ้อเจียง (10%) โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินการเปรียบเทียบสัดส่วนมูลค่านำเข้ายางพาราของจีนจากไทยและคู่แข่งในมณฑลสำคัญ ซึ่งเป็นการประเมินใน 3 ประเภทยางพาราหลักคือ ยางแท่ง ยางแผ่น และน้ำยางข้น ดังนี้
มณฑลซานตง เป็นตลาดส่งออกศักยภาพของไทยในทุกประเภทยางหลัก ทั้งยางแท่ง ยางแผ่น และน้ำยางข้น เนื่องด้วยคุณภาพยางไทยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ทำให้ได้รับความนิยมสูง สะท้อนจากจีนนำเข้าจากไทยในสัดส่วนสูงกว่าคู่แข่งหลัก ทั้งโกตดิวัวร์ เมียนมา และเวียดนาม จึงคาดว่าในปี 2569 มณฑลซานตงอาจนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้น 4% ไปอยู่ที่ 960 ล้านดอลลาร์ฯ
มณฑลยูนนาน ไทยแข่งขันได้ยากโดยเฉพาะในยางแผ่น เนื่องจากมีเมียนมาครองส่วนแบ่งตลาดด้วยสัดส่วนสูงถึง 96% ขณะที่ไทยมีสัดส่วนน้อยเพียง 1% นอกจากนี้ ในยางแท่งและน้ำยางข้น ไทยยังไม่สามารถทำตลาดในยูนนานได้ ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากคู่แข่ง ทั้งเมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม มีพรมแดนติดกับยูนนานโดยตรงและใกล้กว่าไทย จึงมีความสะดวกต่อการขนส่งและสามารถทำต้นทุนได้ต่ำกว่าการส่งจากไทย
มณฑลเจ้อเจียง แม้ไทยจะแข่งขันได้ดีในน้ำยางข้นและสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 59% แต่ต้องจับตาคู่แข่งอย่างเวียดนามที่ทำราคาได้ถูกกว่ามาก จึงอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไทยในเจ้อเจียงได้ในระยะข้างหน้า ขณะที่ยางแท่ง ไทยยังคงเป็นรองโกตดิวัวร์ และยางแผ่น ไทยยังเป็นรองเวียดนาม
สำหรับบทบาทของมณฑลซานตงในฐานะตลาดส่งออกหลักที่ไทยต้องรักษาไว้ เนื่องจากซานตงเป็นฐานนำเข้ายางพาราและแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ใหญ่สุดของจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางแปรรูป โดยมีเมืองชิงเต่าเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และท่าเรือนำเข้า ประกอบกับซานตงยังเป็นเมืองแห่งยางรถยนต์ของผู้ผลิตรายใหญ่ที่ติด 20 อันดับของโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าและคลังสินค้าขนาดใหญ่ คือ ตลาดซื้อขายยางระหว่างประเทศ QinRex ที่เมืองชิงเต่า และเป็นคลังเก็บยางพาราธรรมชาติของตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้
ข่าวเด่น