เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ฟื้นตัวจำกัดท่ามกลางแรงกดดันทั้งฝั่งผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อบ้าน"


 
แม้ข้อมูลไตรมาส 1/2569 จะสะท้อนว่ากิจกรรมภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยยังขยายตัวได้ แต่การเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2569 อาจมีข้อจำกัดมากขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และอุปทานคงค้างที่อยู่ในระดับสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะดังกล่าวอาจกดดันแนวโน้มสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งในฝั่งผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Pre-Financing) และผู้ซื้อที่อยู่อาศัย (Post-Financing) ขณะที่ การขยายระยะเวลาการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขด้านเงินดาวน์สำหรับผู้ซื้อบ้านได้บางส่วน แต่ผลต่อภาพรวมสินเชื่ออาจยังจำกัด โดยเฉพาะหากปัญหาหลักยังอยู่ที่กำลังซื้อ ฐานะทางการเงิน (Balance Sheet) ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเปราะบาง เพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการเงินผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตของสินเชื่อ Pre-Financing เพื่อที่อยู่อาศัย

• ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีสัญญาณเปราะบาง แม้กิจกรรมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนจะยังขยายตัวได้ในไตรมาสที่ 1/2569 ที่ 2.0% YoY แต่คงต้องยอมรับว่าเป็นภาพการชะลอตัวกลับมาหลังจากที่เร่งตัวสูงในช่วงปลายปี 2568 (รูปที่ 1) ขณะที่ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีสัญญาณอ่อนแอและยังต้องเผชิญความท้าทายในช่วงที่เหลือของปี 2569 อาจเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะทางการเงินของบริษัทผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะในภาวะที่อุปทานคงค้างยังอยู่ในระดับสูง และยอดขาย/ยอดโอนมีความเสี่ยงกลับมาชะลอลง ซึ่งจะกระทบต่อกระแสเงินสดรับของผู้ประกอบการ ขณะที่ภาระต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้เดิมยังอยู่ในระดับสูง
 
• ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้พัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น ท่ามกลางโจทย์ด้านสภาพคล่องและแนวโน้มการระดมทุนที่ยากขึ้น โจทย์ปัญหาความตึงตัวทางการเงินของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สะท้อนผ่านอัตราส่วนทางการเงินทยอยอ่อนแอลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (รูปที่ 2) โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ซึ่งอยู่ในระดับสูงประมาณ 1.3-1.4 เท่า ขณะที่อัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพัน (Debt Service Coverage Ratio: DSCR) อยู่ที่ประมาณ 0.30 เท่า ซึ่งสะท้อนว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอรองรับภาระหนี้ที่จะครบกำหนดใน 1 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีสต็อกคงค้างสูงและพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอกเป็นหลัก แรงกดดันดังกล่าวเริ่มส่งผ่านไปยังความเสี่ยงด้านเครดิตและข้อจำกัดในการระดมทุนของผู้ประกอบการ โดยเห็นสัญญาณการปรับลดอันดับเครดิตในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  รวมถึงภาวะตลาดหุ้นกู้ที่ระดมทุนได้ยากขึ้น โดยปริมาณการออกตราสารหนี้ระยะยาวช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ลดลง -27.6% YoY  

ในทำนองเดียวกัน ยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (Pre-Financing) ในระบบธนาคารพาณิชย์กลับมาหดตัวลง -6.5% YoY ในไตรมาส 1/2569 โดยเป็นการลดลงทั้งในส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโด (-7.9% YoY และ -4.0% YoY ตามลำดับ) ท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังทั้งในฝั่งสถาบันการเงินและผู้ประกอบการสอดคล้องกับแนวโน้มการชะลอการเปิดโครงการใหม่ เน้นระบายสต็อกและรักษาสภาพคล่องมากกว่าการขยายการลงทุน ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ภาพดังกล่าวมีโอกาสลากยาวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่า สินเชื่อ Pre-Financing เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยของระบบแบงก์มีแนวโน้มหดตัวลงประมาณ -3.0% ถึง -2.0% ในปี 2569 เทียบกับที่ขยายตัว 2.2% ในปี 2568 (รูปที่ 2)
 
กำลังซื้อที่เปราะบางเป็นข้อจำกัดการฟื้นตัวของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในระบบแบงก์ (Post-Financing) ด้วยเช่นกัน

• ในฝั่งผู้ซื้อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย (Post-Financing) ยังมีสัญญาณอ่อนแอ แม้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 1/2569 จะพลิกกลับมาขยายตัวได้ที่ 1.0% YoY จากที่หดตัวลง -0.5% YoY ในไตรมาส 4/2568 แต่ภาพดังกล่าวควรตีความอย่างระมัดระวัง เพราะส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ผู้ซื้อบ้านรอการพิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองและการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ขณะที่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะเห็นว่า การขยายตัวของสินเชื่อปล่อยใหม่ไม่ได้สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งหมด เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการรีไฟแนนซ์ของลูกหนี้เดิม ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 33.8% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งหมดในไตรมาสที่ 1/2569 นอกจากนี้ อัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV) ที่ชะลอลง ทั้งในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและสูงกว่า 10 ล้านบาท ยังสะท้อนว่าสถาบันการเงินมีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้แรงส่งจากสินเชื่อใหม่ยังมีข้อจำกัด

สำหรับภาพรวมในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยระบบธนาคารพาณิชย์อาจไม่ขยายตัว โดยคาดการณ์ในกรอบ -0.5% ถึง 0.0% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะหากกำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ซื้อยังถูกกดดันภายใต้เศรษฐกิจที่เติบโตชะลอลง แม้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอาจยังมีอยู่ แต่ผู้กู้บางส่วนอาจเผชิญข้อจำกัดในการขอสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่างที่มีภาระหนี้เดิมสูง ทำให้การอนุมัติสินเชื่อบ้านยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างระมัดระวัง (รูปที่ 3)
 
• สำหรับการขยายระยะเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV  ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการระบายสต็อกที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการและช่วยประคองการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน เนื่องจากมาตรการดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินดาวน์ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ซื้อบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้มั่นคงและยังมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ 

อย่างไรก็ดี ผลเชิงบวกต่อสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในปี 2569 อาจยังจำกัด เนื่องจากเงื่อนไขหลักสำหรับการฟื้นตัวของตลาดในช่วงที่เหลือของปีไม่ได้อยู่ที่เพดาน LTV เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กำลังซื้อ รายได้ ภาระหนี้เดิม และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยงและมีแนวโน้มชะลอลง สถาบันการเงินอาจยังคงพิจารณาสินเชื่อปล่อยใหม่อย่างระมัดระวัง แม้เกณฑ์ LTV จะเปิดให้สามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้ในสัดส่วนสูงขึ้น แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่ได้มีการปล่อยสินเชื่อเต็มมูลค่าหลักประกัน 100% ในทุกกรณี โดยเฉพาะผู้กู้ที่มีภาระหนี้สูง รายได้ไม่แน่นอน หรือมีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น ดังนั้น การผ่อนคลาย LTV จึงน่าจะมีบทบาทในลักษณะของมาตรการประคองตลาดและลดภาระเงินดาวน์ มากกว่าการเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ ความคาดหวังหลักต่อการฟื้นกิจกรรมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ยังอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์รายได้ของภาคครัวเรือน

โดยสรุป สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในระบบแบงก์ในปี 2569 มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันทั้งฝั่งสินเชื่อ Pre-Financing สำหรับผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ Post-Financing สำหรับผู้ซื้อบ้าน โดยสินเชื่อ Pre-Financing ถูกกดดันจากแนวโน้มที่อ่อนแอของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม รวมถึงความเสี่ยงด้านเครดิตและฐานะการเงินที่เปราะบางของผู้พัฒนาโครงการ ขณะที่สินเชื่อ Post-Financing ถูกจำกัดด้วยกำลังซื้อ/รายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้สูง และความสามารถในการชำระหนี้ที่อ่อนแอลง แม้มาตรการ LTV จะช่วยประคองตลาดได้บางส่วน แต่ยังไม่น่าพลิกทิศทางสินเชื่อได้ชัดเจน หากปัญหาพื้นฐานยังอยู่ที่คุณภาพ Balance Sheet ของทั้งผู้ประกอบการและครัวเรือน  
 

LastUpdate 21/05/2569 20:53:25 โดย :
25-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) บวก 11.66 จุด ดัชนี 1,550.33 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 พ.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,551.80 จุด บวก 13.13 จุด

3. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 พ.ค.69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,900 บาท

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) บวก 15.15 ดัชนี 1,553.82 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาลงระยะสั้น จากระดับปิดบริเวณ 4,509 เหรียญ ขึ้นมาแถว 4,560 เหรียญ

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 พ.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ 60-70% ภาคเหนือ 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 40% ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 30%

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.51 บาทต่อดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20 - 32.80 ติดตามเจรจาสันติภาพ

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.45 บาท/ดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 พ.ค.2569) บวก 6.00 จุด ดัชนี 1,538.67 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (22 พ.ค.69) บวก 4.45 จุด ดัชนี 1,537.12 จุด

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.75 บาท/ดอลลาร์

13. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ได้อีกครั้ง

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 พ.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 70,800 บาท

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 พ.ค.69) บวก 5.41 จุด ดัชนี 1,538.08 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 25, 2026, 6:18 pm