
คาด SET แกว่ง sideways แม้มีโอกาสปรับขึ้นได้หลังสหรัฐฯ ระบุมีสัญญาณที่ดีในการเจรจากับอิหร่าน แต่ก็ต้องระวังการพักตัวจากแรงขายทำกำไรและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจพลิกผันได้ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะประเด็นคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซที่ยังขัดแย้งกันอยู่ ส่วนประเด็นในประเทศ สัปดาห์หน้าเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทางเทคนิคหากดัชนียังไม่ผ่าน 1545 มีโอกาสย่อพักตัว
ประเด็นสำคัญ
• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลง 2.3%DoD ระดับ US$102.5/bbl หลัง รมว. ต่างประเทศของสหรัฐเผยการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมีสัญญาณที่ดีในระดับหนึ่ง แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่านก็ตาม มองดีต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่ลบระยะสั้นต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณผ่อนคลายแรงกดดันทางการเมืองต่อเฟด โดยระบุว่า Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง มีอิสระเต็มที่ในการดำเนินนโยบายการเงินและการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการยอมรับความเป็นอิสระของธนาคารกลางช่วยลด Political Risk Premium ในตลาดเงินโลก
• ตลาดทุนไทยกลับมาเผชิญแรงกดดันด้านความเชื่อมั่น หลังพบ พ.ค. 69 มี 5 บจ. ผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้จากปัญหาเศรษฐกิจ ด้าน ธปท. ประเมินผลกระทบยังจำกัดเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่อ่อนแออยู่เดิม ไม่ลุกลามเป็นวงกว้าง ขณะที่ ThaiBMA เตรียมยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันเพื่อสกัดปัญหาซ้ำซาก
• Amazon ประกาศแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud Computing และ AI ใน อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย มูลค่ารวม 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2582 เพื่อรองรับความต้องการในภาคธุรกิจที่หันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มองบวกต่อนิคม (AMATA WHA), รับเหมา (STECON CK) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM WHAUP)
• ศุลกากรเกาหลีใต้เผยยอดส่งออกช่วง 20 วันแรกของ พ.ค. 2569 เติบโต 65%YoY สู่ระดับ 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำ All-time High หนุนจากยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโต 202% ตอกย้ำว่าอุปสงค์ด้านเทคโนโลยีและ AI ในระดับโลกยังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาด 1Q69 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม. เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 ของ บจ. แทน ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัว Sideways โดยตลาดจะเริ่มกลับมาให้น้ำหนักผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 และราคาน้ำมันที่สูงนานเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ขณะที่การประชุม Trump–Xi ยังขาดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR
2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็น Fund Flow ไหลกลับ เลือกหุ้นที่ Under-owned และ Undervalued ได้แก่ TRUE CPN GLOBAL BEM PTTGC 3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์ หากมีความคืบหน้าการคลายข้อจำกัดด้าน AI/ชิป/แร่หายาก หรือคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม ได้แก่ DELTA HANA KCE PTTGC IVL
Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยกระตุ้นจากความคืบหน้าการเริ่มผลิต AI Solid-state Cooling Device ให้ Phononic ใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตใน 1Q70 และได้คำสั่งซื้อใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ AI-related อีก 2 รายการ โดยคาดจะเริ่มการผลิตได้ใน 2Q-4Q70 ประเมินผลประกอบการ 2H69 จะเติบโตก้าวกระโดด เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.75 บาท
WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Amazon ประกาศแผนการลงทุนโครงาสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีใน 4 ประเทศอาเซียน รวมถึงไทย มูลค่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2582 ขณะที่โมเมนตัมการเข้าลงทุนในไทยและยอด BOI แข็งแกร่งต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 เติบโต 87% ที่ 2,500 ไร่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.96 บาท
ข่าวเด่น