แบงก์-นอนแบงก์
หยุดคิดก่อนคลิก: IMF ชี้ AI ทำกลโกงแนบเนียนขึ้น ผู้ใช้บัตรเสี่ยงตกเป็นเป้าโดยไม่รู้ตัว


ภัยการเงินในวันนี้ อาจไม่ได้มาในภาพของแฮกเกอร์จ้องหน้าคอมพิวเตอร์เหมือนในภาพยนตร์อีกต่อไป แต่อาจมาในรูปแบบที่ "ดูปกติจนเราไม่ทันระวัง" ไม่ว่าจะเป็นข้อความแจ้งเตือนที่ใช้ภาษาดี  ลิงก์ที่หน้าตาเหมือนเว็บไซต์ทางการ เสียงปลายสายที่พูดอย่างมืออาชีพ หรือบทสนทนาที่เหมือน "รู้จักเรา" เมื่อเทคโนโลยี AI ทำให้การสร้างข้อความ เสียง และภาพสมจริงทำได้ง่ายขึ้น มิจฉาชีพบางกลุ่มจึงนำมาใช้ให้กลโกง “แนบเนียนกว่าเดิม” โดยผู้ให้บริการทางการเงิน รวมถึง “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พบว่ารูปแบบการหลอกลวงมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา และยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับความรู้เท่าทันภัยการเงินให้กับผู้บริโภค
 
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า AI อาจทำให้ความเสี่ยงไซเบอร์ในระบบการเงิน “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” เพราะช่วยให้การโจมตีทำได้เร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น และขยายวงกว้างได้ง่ายขึ้น จนในบางกรณีอาจกระทบต่อ ความเชื่อมั่น สภาพคล่อง และเสถียรภาพของตลาดการเงิน
 
 
จากภัยระดับโลก…สู่ความเสี่ยงใกล้ตัวผู้ใช้บัตร
สำหรับผู้บริโภค ภัยเหล่านี้อาจมาในรูปแบบที่เราคุ้นเคย เช่น SMS หลอกให้กดลิงก์  อีเมลแจ้งว่าบัตรมีปัญหา  โทรศัพท์ขอ OTP หรือเว็บไซต์ปลอมที่เหมือนของจริงแทบแยกไม่ออก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “สิ่งนี้ดูเหมือนของจริงไหม” แต่ต้องถามต่อว่า “เราได้ตรวจสอบจากช่องทางทางการแล้วหรือยัง”
 
AI ทำให้กลโกง “ดูน่าเชื่อถือ” มากขึ้นอย่างไร
ในอดีต เราอาจจับพิรุธมิจฉาชีพได้จากคำสะกดผิด  ภาษาที่ดูแปลก  ลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ  แต่ในยุค AI ปัญหาเหล่านี้แทบหายไป มิจฉาชีพสามารถใช้ AI เพื่อเขียนข้อความให้เหมือนประกาศจากองค์กรจริง  ปรับภาษาให้เหมาะกับสถานการณ์  สร้างบทสนทนาที่ดูเป็นมืออาชีพ หรือแม้แต่ใช้ข้อมูลบางส่วนของเหยื่อ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่แค่ “ความสมจริง” แต่คือ “การสร้างความเร่งด่วน” เช่น บอกว่าบัตรจะถูกระงับ มีธุรกรรมผิดปกติ หรือเงินกำลังจะถูกโอนออก  เมื่อคนตกใจ เรามัก “ตัดสินใจเร็วขึ้นโดยไม่ตรวจสอบ” และนั่นคือจังหวะที่มิจฉาชีพต้องการ
 
 
5 สัญญาณเตือน ต้องหยุดก่อนทำทันที
หากเจอสถานการณ์เหล่านี้ ให้ “หยุด” และตรวจสอบก่อนเสมอ
เร่งให้รีบทำทันที อ้างว่าบัตรจะถูกระงับหรือบัญชีมีปัญหา
ขอข้อมูลสำคัญ เช่น OTP, PIN, CVV หรือรหัสผ่าน (ไม่ควรให้ใครโดยเด็ดขาด)
ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูล โดยเฉพาะลิงก์ที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มติดต่อ
ให้ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งไม่ชัดเจน นอกเหนือจาก App Store หรือ Google Play
ห้ามวางสายหรือห้ามบอกใคร เพื่อไม่ให้เรามีโอกาสตรวจสอบ
 
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาตรการชัดเจน ให้สถาบันการเงิน งดส่งลิงก์ผ่าน SMS และอีเมล รวมถึงไม่ขอข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางเหล่านี้ หากได้รับข้อความที่แนบลิงก์มา ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ ในมุมของผู้ให้บริการอย่าง เคทีซี ได้เน้นย้ำกับสมาชิกอย่างต่อเนื่องว่า การขอ OTP หรือข้อมูลบัตรผ่านโทรศัพท์ ข้อความ หรือช่องทางที่แนบลิงก์ เป็นสัญญาณผิดปกติที่ต้องระวังทันที
 
 
เช็กก่อนเชื่อ: 5 ขั้นตอนป้องกันภัยแบบง่ายที่ใช้ได้จริง
การป้องกันภัยไซเบอร์ไม่จำเป็นต้องรู้เทคนิคซับซ้อน แต่ต้องมี “วินัยในการตรวจสอบ”
หยุดก่อนกด อย่าคลิกลิงก์ทันที แม้ข้อความจะดูน่าเชื่อถือ
เข้าแอปหรือเว็บไซต์ทางการด้วยตัวเอง พิมพ์ URL เอง หรือใช้แอปที่ดาวน์โหลดจากแหล่งทางการ
โทรกลับผ่านเบอร์ทางการเท่านั้น ใช้เบอร์หลังบัตร หรือเว็บไซต์ขององค์กร
ไม่ให้ OTP หรือข้อมูลบัตร ข้อมูลสำคัญต้องเก็บเป็นความลับเสมอ
เปิดแจ้งเตือนและเช็กรายการสม่ำเสมอ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งลดความเสียหายได้
 
สำหรับสมาชิกบัตรเคทีซี สามารถใช้แอป KTC Mobile เพื่อตรวจสอบรายการแบบเรียลไทม์ และติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000 ได้ทันที เมื่อพบความผิดปกติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ “รู้เร็ว-หยุดได้เร็ว” และลดความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
 
เผลอกดลิงก์หรือให้ข้อมูลไปแล้ว ต้องทำอย่างไร
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าเสียเวลาตำหนิตัวเอง” เพราะกลโกงยุคนี้ถูกออกแบบมาให้แนบเนียนและกดดัน ใครก็พลาดได้ สิ่งที่ควรทำทันทีคือ อายัดบัตรหรือแจ้งผู้ออกบัตร  เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง  ตรวจสอบอุปกรณ์และบัญชีเก็บหลักฐาน เช่น ข้อความ ลิงก์ เบอร์โทร วันเวลา  เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบหรือแจ้งความ ผู้ให้บริการทางการเงินรวมถึงเคทีซี มีระบบรองรับและทีมดูแลลูกค้าเพื่อช่วยจัดการเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว โดย “ความเร็วในการแจ้งเหตุ” คือปัจจัยสำคัญในการจำกัดความเสียหาย
 
ในยุค AI คนต้อง “ไม่เชื่อง่าย” มากขึ้น
วันนี้ ความปลอดภัยทางการเงิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบของธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “พฤติกรรมของผู้ใช้” เมื่อ AI ทำให้ทุกอย่างดู “จริงขึ้น” สิ่งที่เราต้องทำให้มากขึ้นคือ ไม่เชื่อทันที ตรวจสอบจากช่องทางจริงและไม่ให้ข้อมูลสำคัญกับใครง่ายๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ในยุคที่ความเสี่ยงดูเหมือน “ความจริง” ได้มากขึ้น วินัยในการตรวจสอบ อาจสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีในการป้องกัน และบางครั้ง การ “หยุดคิดก่อนคลิก” อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องเงินของเรา

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 พ.ค. 2569 เวลา : 19:36:59
25-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 23 พ.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนศรีอยุธยา

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) บวก 11.66 จุด ดัชนี 1,550.33 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 พ.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,551.80 จุด บวก 13.13 จุด

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 พ.ค.69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,900 บาท

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) บวก 15.15 ดัชนี 1,553.82 จุด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาลงระยะสั้น จากระดับปิดบริเวณ 4,509 เหรียญ ขึ้นมาแถว 4,560 เหรียญ

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 พ.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ 60-70% ภาคเหนือ 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 40% ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 30%

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.51 บาทต่อดอลลาร์

9. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20 - 32.80 ติดตามเจรจาสันติภาพ

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.45 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 พ.ค.2569) บวก 6.00 จุด ดัชนี 1,538.67 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (22 พ.ค.69) บวก 4.45 จุด ดัชนี 1,537.12 จุด

13. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.75 บาท/ดอลลาร์

14. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ได้อีกครั้ง

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 พ.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 70,800 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 25, 2026, 7:23 pm