
คาด SET แกว่งขึ้น ราคาน้ำมันร่วงหลัง ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า แม้คาดยังต้องใช้เวลาอีกระยะแต่ก็ช่วยสร้าง sentiment เชิงบวกโดยรวม แต่กดดันต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ ประเด็นวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้าเดือน เม.ย.ของไทย และวันนี้เปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ส่วนปลายสัปดาห์ MSCI Rebalance มีผล อาจส่งผลให้ดัชนีผันผวน ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มปรับขึ้นทดสอบจุดสูงเดิม
ประเด็นสำคัญ
• ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน 9 ข้อ ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย และคาดจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้เร็ว ๆ นี้ แต่ ปธน. ทรัมป์เผยยังไม่รีบตกลงกับอิหร่านเพื่อให้ข้อตกลงออกมาดีที่สุด และกองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงปิดน่านน้ำจนกว่าจะได้ข้อสรุป มองเป็น Sentiment บวกต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil หลังล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงหลุดระดับ US$100/bbl.
• กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ผ่าน 4 กรณีศึกษา โดยในทุกกรณีค่าไฟฟ้าสำหรับ 200 หน่วยแรกจะไม่เกิน 3 บาท/หน่วย แต่ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยจะมีภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 0.54-1.03 บาท/หน่วย ส่วนภาคอุตฯ จะถูกพิจารณาในลำดับถัดไป เป็น Sentiment บวกต่อธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งแผงโซลาร์ (GUNKUL, GLOBAL, HMPRO, SCC, BANPU)
• โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับเงินอุดหนุน 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน ในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และอุดหนุนไม่เกินวันละ 200 บาท ช่วยหนุนกำลังซื้อในประเทศ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT, BJC) และไฟแนนซ์ (TIDLOR, MTC, SAWAD)
• ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างใน เม.ย. 2569 ที่ 112.4 สูงขึ้น 5.9%YoY และทำระดับสูงสุดในรอบ 44 เดือน เป็นผลจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น โดยเฉพาะหมวดเหล็ก (+6.2%) และอุปกรณ์ไฟฟ้า-ประปา (+4.9%) เป็นบวกต่อกลุ่มค้าวัสดุก่อสร้างซึ่งมีสต็อกในราคาต่ำ (GLOBAL, HMPRO, DOHOME)
• ก.ล.ต. เสนอแนวคิด “บัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล” (TISA) ต่อกระทรวงการคลัง ด้านภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมวงเงินสนับสนุนการออม แยกจากวงเงินการลงทุนสำหรับลดหย่อนภาษีเงินได้
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ แนวต้านที่ 1550 จุด หลังมีความคาดหวังพัฒนาการบวกจากสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแรงหนุน Moody's ปรับเพิ่ม Outlook เป็น Stable และ Valuation หุ้นไทยส่วนใหญ่ยังถูก โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER 69F เพียง 12 เท่า อย่างไรก็ดีคาด Upside ยังจำกัดและดัชนีมีโอกาสเข้าสู่โหมดปรับฐานชั่วคราวจากผลฤดูกาลและแรงกดดันจากการปรับลดน้ำหนักของ MSCI Rebalancing ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ อีกทั้งความกังวลเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นคาดยังกดดันบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัว sideway ลุ้นทดสอบ 1550 หลังคาดหวังพัฒนาการบวกจากสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแรงหนุน Moody's ปรับเพิ่ม Outlook เป็น Stable และ Valuation หุ้นไทยส่วนใหญ่ยังถูก โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER 69F เพียง 12 เท่า อย่างไรก็ดีคาด upside ยังจำกัดและดัชนีมีโอกาสเข้าสู่โหมดปรับฐานชั่วคราว กดดันจากผลฤดูกาลและ MSCI Rebalancing (29 พ.ค.) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR
2. หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ อีกทั้งได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และยังบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก MSCI Rebalancing (มีผลราคาปิด 29 พ.ค. 69) ซึ่งคาดมีเงินทุนไหลเข้า ได้แก่ เพิ่มน้ำหนัก (DELTA CPN) และนำเข้าใหม่ใน MSCI Small Cap. (MRDIYT TFG) โดยแนะนำขายทำกำไรที่ราคาปิดวันที่ 29 พ.ค. ขณะที่หลีกเลี่ยงลงทุนระยะสั้นในหุ้นถูกคัดออกจาก MSCI Small Cap. (TOA) เพื่อไปรอรับกลับช่วง Technical Rebound ต้นเดือน มิ.ย. 2. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE และ 3. หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและบาทแข็งค่า รวมทั้งคลายกังวลปัญหา Supply Shortage อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) วัสดุก่อสร้าง (SCC DCC) บรรจุภัณฑ์ (SCGP) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
Daily Top Picks
GLOBAL: ปัจจัยกระตุ้นจากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างใน เม.ย. เพิ่มขึ้น 5.9%YoY สูงสุดในรอบ 44 เดือน และคาดจะเพิ่มต่อเนื่องใน พ.ค. และ SSS ใน เม.ย. พลิกขยายตัว 2%YoY หนุนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นและมีระดับสต็อกสูงช่วยรองรับความผันผวนของต้นทุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 7.65 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการเจรจายุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ใกล้ได้ข้อสรุป คาดต้นทุนเชื้อเพลิงจะปรับลงตามราคาน้ำมัน ขณะที่มองว่าบริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 41.25 บาท
ข่าวเด่น