
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงสัปดาห์นี้ (25-31 พฤษภาคม 2569) อยู่ที่ประมาณ 32.66 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางปัจจัยต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้าใกล้บรรลุผล แต่ยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ฝั่งอิหร่านยังแสดงท่าทีระมัดระวังและโต้แย้งว่าบางประเด็นยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังคงหนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดการเงินโลก
ขณะที่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 28-29 เมษายน สะท้อนว่า กรรมการยังคงกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากปัจจัยด้านอุปทาน ส่งผลให้ตลาดยังจับตาท่าทีของเฟดอย่างใกล้ชิด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (Composite PMI) ของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ระดับ 51.7 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยภาคการผลิตยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ภาคบริการชะลอลง นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (UMich) เดือนพฤษภาคมลดลงสู่ระดับ 44.8 จาก 49.8 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนความกังวลต่อค่าครองชีพและแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยเฉพาะการคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งระยะ 1 ปีและระยะยาวที่ปรับสูงขึ้น
โดยภาพรวม ค่าเงินบาทอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เงินบาทยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้เป็นระยะ หากตลาดได้รับสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติมจากความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ข่าวเด่น