
• เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ณ สิ้นเดือนเม.ย. 2569 อยู่ที่ระดับ 13.82 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04% YoY ซึ่งนับเป็นการกลับมาเติบโตในแดนบวกได้ครั้งแรกหลังจากที่หดตัวติดต่อกัน 22 เดือน (นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2567) อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่อใหม่ด้วยความระมัดระวัง โดยมีปัจจัยสำคัญจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบางอยู่เดิม ภายใต้บริบทดังกล่าว สถาบันการเงินจึงให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ควบคู่กับการดูแลและช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีความเปราะบางอย่างใกล้ชิด
• ด้านเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนเม.ย. 2569 อยู่ที่ระดับ 16.88 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.76% YoY หลัก ๆ เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากกระแสรายวัน ขณะที่เงินฝากประจำปรับตัวลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง สำหรับการออกแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษในเดือนเม.ย. 2569 นั้น พบว่า สถาบันการเงินชะลอการออกแคมเปญใหม่ เนื่องจากสภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถาบันการเงินอาจต้องการลดสัดส่วนเงินฝากต้นทุนสูงในช่วงภาวะดอกเบี้ยขาลง เพื่อบริหารต้นทุนเงินฝากให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ข่าวเด่น