เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ยิ่งส่งออกมาก ทำไมไทยยิ่งขาดดุล?


• ส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โต 23.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แต่การนำเข้าโตเร็วกว่าที่ 45.0% จนขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
• AI และวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกกำลังหนุนการส่งออกไทย แต่ก็เพิ่มความต้องการนำเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร และวัตถุดิบจากต่างประเทศ
• โครงสร้างการค้าของไทยกำลังสะท้อนรูปแบบ “ยิ่งผลิตมาก ยิ่งนำเข้ามาก” ทำให้การส่งออกที่เติบโตไม่ได้แปลว่าดุลการค้าจะดีขึ้นเสมอไป
• น้ำมันดิบและพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดุลการค้า
• สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่การทำให้ส่งออกโต แต่คือการทำให้การเติบโตนั้นสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากขึ้น

ส่งออกโตแรง...แต่ดุลการค้ากลับแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
โดยปกติแล้ว เมื่อการส่งออกขยายตัว เศรษฐกิจควรได้รับเงินตราต่างประเทศมากขึ้น และดุลการค้าก็มักปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย
แต่เดือนเมษายน 2569 กลับเป็นอีกภาพหนึ่ง
การส่งออกไทยขยายตัว 23.1% แตะ 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ขณะที่การนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 45.0% สู่ระดับ 41,604 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หากมองทั้ง 4 เดือนแรกของปี การส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบ 19% แต่ไทยขาดดุลการค้าสะสมไปแล้วเกือบ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คำถามที่น่าสนใจคือ “ทำไมส่งออกโตมาก แต่ไทยกลับขาดดุลการค้า?”

AI กำลังช่วยส่งออกไทย...แต่ก็ทำให้ไทยนำเข้ามากขึ้นด้วย
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทยในช่วงนี้มาจากการลงทุนด้าน AI, Data Center และ Cloud Infrastructure ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
เดือนเมษายน การส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเพิ่มขึ้นเกือบ 69% ขณะที่อุปกรณ์โทรศัพท์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 140%
นอกจากนี้ การเร่งคำสั่งซื้อจากต่างประเทศและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัว ยังช่วยหนุนให้สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น
ไทยกำลังได้รับประโยชน์จากวัฏจักรเทคโนโลยีรอบใหม่อย่างชัดเจน
แต่เบื้องหลังสินค้าส่งออกเหล่านี้ยังต้องอาศัยชิ้นส่วน วัตถุดิบ และเครื่องจักรจากต่างประเทศจำนวนมาก
 
ยิ่งส่งออกมาก...ก็ยิ่งนำเข้ามาก
สินค้านำเข้าที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่สินค้าเพื่อการบริโภค แต่เป็นสินค้าที่อยู่ต้นน้ำของภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแผงวงจรไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต
ยิ่งโรงงานผลิตมากขึ้น ความต้องการนำเข้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม
นี่ทำให้การเติบโตของการส่งออกในรอบนี้มีความแตกต่างจากหลายช่วงที่ผ่านมา เพราะยิ่งผลิตมาก ยิ่งนำเข้ามาก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า มูลค่าเพิ่มจากการเติบโตครั้งนี้ตกอยู่ในประเทศมากน้อยเพียงใด

AI อาจเป็นพระเอกของการส่งออก แต่น้ำมันยังเป็นตัวกำหนดดุลการค้า
แม้ AI จะช่วยการส่งออกของไทย แต่พลังงานยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของดุลการค้าไทยเช่นกัน
เดือนเมษายน การนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น 128.6% ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นถึง 169%
นั่นคือ ไทยกำลังหารายได้จากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
ตราบใดที่ไทยยังพึ่งพาพลังงานนำเข้า ราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อดุลการค้าไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ขาดดุลกับจีน เกินดุลกับสหรัฐฯ: บทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
เดือนเมษายน ไทยขาดดุลการค้ากับจีนถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าสามในสี่ของการขาดดุลทั้งหมดในเดือนนั้น
ในทางตรงกันข้าม ไทยยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงถึง 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างชัดเจน
ไทยนำเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร และวัตถุดิบจากจีน ก่อนนำมาผลิต แปรรูป หรือประกอบเพิ่มมูลค่า แล้วส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ และตลาดโลก
บทบาทของไทยจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งออก แต่เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างฐานการผลิตของเอเชียและตลาดผู้บริโภคโลก

เมื่อส่งออกโต...ไทยได้อะไรกลับมา?
ตัวเลขส่งออกที่แข็งแกร่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจไทย
แต่ในเวลาเดียวกัน การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่า กำลังสะท้อนอีกด้านหนึ่งของการเติบโตที่ไม่ควรมองข้าม
ยิ่งเศรษฐกิจโลกเติบโต ไทยก็ยิ่งมีโอกาสส่งออกมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ความต้องการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การเพิ่มมูลค่าการส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะในระยะต่อไป การเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางมูลค่าเพิ่มที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก หรือเป็นเพียงจุดหมายปลายทางชั่วคราวของการย้ายฐานการผลิตเท่านั้น
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มิ.ย. 2569 เวลา : 12:26:05
04-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 มิ.ย. 2569) บวก 6.73 จุด ดัชนี 1,594.79 จุด

2. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคขณะที่แนวรับบริเวณ 4,400 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักในภาคตะวันออก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 40%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 มิ.ย.69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,950 บาท

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 มิ.ย.69) ร่วง 620.72 จุด กังวลตะวันออกกลางตึงเครียด-ราคาน้ำมันพุ่ง

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 มิ.ย.69) ร่วง 53 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

8. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (4 มิ.ย.69) บวก 12.54 จุด ดัชนี 1,600.60 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 มิ.ย. 69) บวก 5.59 จุด ดัชนี 1,593.65 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (4 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 มิ.ย.69) บวก 13.60 ดอลลาร์ จับตาเจรจาสหรัฐอิหร่าน-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

12. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 มิ.ย.69) บวก 228.91 จุด หุ้นกลุ่ม AI พุ่งหนุนตลาด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 มิ.ย.69) ภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก 70-80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคกลาง 40%

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 มิ.ย.2569) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,100 บาท

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 มิ.ย. 69) บวก 19.69 จุด ดัชนี 1,588.06 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 4, 2026, 7:39 pm