เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "ปธน. เวียดนามเยือนไทย 27-29 พ.ค. ความสัมพันธ์ทางการทูตสู่การยกระดับเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์ Three Connects"


การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 27 - 29 พ.ค. ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย - เวียดนามในวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องในยุทธศาสตร์ “Three Connects” ภายใต้กรอบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership: CSP) “Three Connects” มุ่งส่งเสริมความเชื่อมโยง 3 ด้าน ได้แก่ ความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Connectivity) ความเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น (Local-to-Local Connectivity) และความเชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition Connectivity) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกัน

ในมุมมองของเวียดนาม Three Connects เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามได้เร่งยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจและประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย รวมถึงประเทศในยุโรปและอาเซียน ซึ่งการขยายเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพียงด้านการทูตหรือความมั่นคง แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2045

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เวียดนามกำลังใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี ตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าสู่ประเทศ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปเศรษฐกิจ Doi Moi 2.0 ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 โดยเป้าหมายสำคัญของเวียดนามไม่ใช่การเป็นฐานการผลิตต้นทุนต่ำ แต่ต้องการยกระดับเศรษฐกิจไปสู่การเป็นฐานการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี AI และดิจิทัล พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสนับสนุนการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045 ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยทั้งเงินทุน เทคโนโลยี ความรู้ และการเข้าถึงตลาดโลก และเป็นเหตุผลที่เวียดนามให้ความสำคัญกับการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
 
 
 
ในมุมมองของเวียดนาม ไทยเป็นหนึ่งใน 10 นักลงทุนต่างชาติรายสำคัญของเวียดนาม ด้วยมูลค่าเงินลงทุนสะสมสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ กระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจพลังงาน ค้าส่งค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรม และบริการทางการเงินการธนาคาร ดังนั้น ยุทธศาสตร์ Three Connects จึงไม่เพียงมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เวียดนามดึงดูดเงินลงทุน เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับบทบาทของตนในเศรษฐกิจภูมิภาคผ่านความร่วมมือกับภาคธุรกิจไทยมากขึ้น

 
ในมุมมองของไทย Three Connects เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยขยายการลงทุนในตลาดที่มีผู้บริโภคมากกว่า 100 ล้านคนและกำลังซื้อเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจไทยไปลงทุนเพื่อเชื่อมโยงกับภาคการผลิตกับเวียดนามได้มากขึ้น และได้รับประโยชน์ผ่านผลตอบแทนของการลงทุน ขณะที่ ความเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการ SME ในระดับจังหวัดสามารถส่งออกสินค้าไปยังเวียดนาม ส่วน ความเชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะสร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าไทย
 
ในอีกด้านหนึ่ง Three Connects อาจเปลี่ยนแปลงบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค จากเดิมที่ได้ประโยชน์ผ่านการส่งออกสินค้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนไปยังเวียดนาม ไปสู่การสร้างผลตอบแทนผ่านการลงทุนโดยตรงในเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนของภาคธุรกิจไทยมีส่วนช่วยระดับขีดความสามารถในการผลิตและการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรมของเวียดนาม ตัวอย่างเช่น การลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากไทย ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เช่น ไก่แช่แข็ง ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและการส่งออกของเวียดนามในระยะยาว ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยมีแนวโน้มใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้นแทนการส่งออกสินค้าจากไทยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ยุทธศาสตร์ Three Connects เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าไทยจะรักษาความสามารถในการแข่งขันของตนเองได้อย่างไร ในช่วงเวลาที่เวียดนามใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก สะท้อนจาก FDI ของเวียดนามที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและแซงหน้าไทยตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา (รูปที่ 3) และที่สำคัญ เวียดนามไม่ได้ดึงดูดเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น แต่เริ่มก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยปัจจุบันเวียดนามส่งออกชิป IC มายังไทยมากกว่าที่ไทยส่งออกชิป IC ไปเวียดนามแล้ว (รูปที่ 4) แม้ไทยยังคงเกินดุลการค้ากับเวียดนาม แต่การเกินดุลได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2018 เหลือราว 2 พันล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2025 (รูปที่ 5) ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตภายในประเทศของเวียดนามและการยกระดับบทบาทของเวียดนามในห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง

 
 
การพัฒนาประเทศของเวียดนามไม่ได้ใช้เพียงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังดำเนินควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบราชการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพแรงงาน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสะท้อนจากการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามที่สูงกว่าไทยอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าทศวรรษ จนมีแนวโน้มที่ขนาดเศรษฐกิจจะก้าวขึ้นมาแซงหน้าไทยในอนาคตอันใกล้ (รูปที่ 6)

 
ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันกับเวียดนามโดยตรง แต่อยู่ที่การเร่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของเวียดนามและเศรษฐกิจในภูมิภาคได้ โดยยังคงรักษาศักยภาพทางเศรษฐกิจและความน่าสนใจในสายตานักลงทุนโลก

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มิ.ย. 2569 เวลา : 18:16:46
04-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 มิ.ย. 2569) บวก 6.73 จุด ดัชนี 1,594.79 จุด

2. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคขณะที่แนวรับบริเวณ 4,400 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักในภาคตะวันออก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 40%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 มิ.ย.69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,950 บาท

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 มิ.ย.69) ร่วง 620.72 จุด กังวลตะวันออกกลางตึงเครียด-ราคาน้ำมันพุ่ง

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 มิ.ย.69) ร่วง 53 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

8. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (4 มิ.ย.69) บวก 12.54 จุด ดัชนี 1,600.60 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 มิ.ย. 69) บวก 5.59 จุด ดัชนี 1,593.65 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (4 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 มิ.ย.69) บวก 13.60 ดอลลาร์ จับตาเจรจาสหรัฐอิหร่าน-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

12. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 มิ.ย.69) บวก 228.91 จุด หุ้นกลุ่ม AI พุ่งหนุนตลาด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 มิ.ย.69) ภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก 70-80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคกลาง 40%

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 มิ.ย.2569) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,100 บาท

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 มิ.ย. 69) บวก 19.69 จุด ดัชนี 1,588.06 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 4, 2026, 7:39 pm