เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "อียู-บราซิล-จีน ร่วมมือจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรตลาดคาร์บอน ผลักดันระบบตลาดคาร์บอนภาคบังคับทั่วโลก"


ปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ได้แก่ ระบบ Emission Trading Scheme (ETS) และภาษีคาร์บอนทั่วโลก ความครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นราว 28% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จากตลาดคาร์บอนภาคบังคับระดับชาติรวมกันกว่า 80 ระบบ ใน 50 ประเทศ จึงมีความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ Measurement/Monitoring, Reporting, and Verification (MRV) การวัดและรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทวนสอบข้อมูล การทำบัญชีคาร์บอน เพื่อป้องกันปัญหาด้านการนับซ้ำ และคุณภาพของการลดก๊าซเรือนกระจก

EU ถือเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านระบบตลาดคาร์บอน โดยมีการบังคับใช้ EU ETS ตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภูมิภาคกว่า 40% คิดเป็น 2.5% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกของโลก ขณะที่จีนกำลังมีบทบาทในตลาดคาร์บอนเนื่องจากเริ่มขยายขอบเขตของมาตรการ China National ETS ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ และอลูมิเนียม ซึ่งครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 51% ของประเทศ คิดเป็น 15.3% ของโลก และเป็นผู้เล่นหลักใน Supply Chain โลก นอกจากนี้ บราซิล เจ้าภาพการประชุม COP30 ครั้งล่าสุด และเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลดคาร์บอนจากภาคป่าไม้สูงมาก ได้ผลักดันให้เกิดความร่วมมือพัฒนามาตรฐานตลาดคาร์บอนภาคบังคับดังกล่าว ส่งผลให้ภาพตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ทั้ง ETS และภาษีคาร์บอนจะถูกนำมาใช้มากขึ้น

สำหรับในทิศทางในอนาคต ตลาดคาร์บอนคงจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่การซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซภายในประเทศเท่านั้น แต่จะเชื่อมกับการค้า การลงทุน และต้นทุนของสินค้าอุตสาหกรรมทั่วโลก ผลักดันให้กติกาคาร์บอนกลายเป็นภาษากลางการค้าโลก ซึ่งความร่วมมือนี้จะมีผลต่อภาคธุรกิจมากขึ้น ประเทศที่มีระบบวัดและคิดราคาคาร์บอนน่าเชื่อถือจะมีความได้เปรียบ ดังนั้น ความพร้อมด้านข้อมูล เช่น การตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรับรองมาตรฐานตามหลักสากลและตามความต้องการของคู่ค้าปลายทาง จะมีผลต่อความสามารถในการส่งออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2026 เป็นต้นไป

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 มิ.ย. 2569 เวลา : 18:22:03
10-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 มิ.ย.69) ลบ 20.55 จุด ดัชนี 1,563.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 มิ.ย.69) ลบ 10.75 จุด ดัชนี 1,573.39 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 มิ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในภาคเหนือ-ภาคอีสาน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 40-60%

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มิ.ย.69) บวก 86.10 จุด, Nasdaq-S&P500 ปิดลบจากแรงขายหุ้นเทคฯ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มิ.ย.69) ลบ 77 ดอลลาร์ นักลงทุนกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ตลาดจับตา CPI

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 มิ.ย.69) ร่วงแรง 1,900 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.10บาท/ดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 มิ.ย.69) ลบ 5.48 จุด ดัชนี 1,578.66 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 มิ.ย.69) บวก 22.46 จุด ดัชนี 1,584.14 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 มิ.ย.69) บวก 20.16 จุด ดัชนี 1,581.84 จุด

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 มิ.ย.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตต. ฝนฟ้าคะนอง 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

13. ทองคำนิวยอร์กปิดลบ $1.90 กังวลจ้างงานแกร่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 80 จุด Nasdaq พุ่ง รับแรงซื้อหุ้นชิป-AI

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-32.95 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 10, 2026, 9:34 pm