
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะมีกรอบการเคลื่อน ไหวระหว่าง 32.00 - 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมจากเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมตลาดมาจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงถึงความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงร่วมกับอิหร่าน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยทางการอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้
ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมขยายตัวใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ โดย CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบรายเดือน และร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานที่เริ่มชะลอตัว แม้ต้นทุนด้านพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ส่งสัญญาณแบบผสม โดย PPI ทั่วไปออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่ PPI พื้นฐานปรับตัวลดลง
ด้านความเคลื่อนไหวภาคธุรกิจ บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ประสบความสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยสามารถระดมทุนได้สูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีคำสั่งให้บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ระงับการให้สิทธิ์การเข้าใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่น Fable 5 และ Mythos 5 แก่บุคคลสัญชาติอื่น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีความผันผวนตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออก กลาง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น แตะระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินยังได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก
ข่าวเด่น