เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า: ไทยพร้อมรับมือกับแบตเตอรี่เสื่อมสภาพแล้วหรือยัง?


 
• รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลผลักดันอย่างจริงจังผ่านนโยบาย 30@30 ส่งผลให้จำนวนรถ EV จดทะเบียนสะสมในไทยเพิ่มขึ้นจาก 191,957 คัน ในปี 2563 เป็น 1,199,140 คัน ณ เดือนเมษายน 2569 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี
 
• แบตเตอรี่รถ EV มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี ทำให้รถ EV ระลอกแรกกำลังทยอยเข้าสู่ตลาดรถมือสอง และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเริ่มมีแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจำนวนมากที่ต้องเข้าสู่ระบบจัดการอย่างเป็นรูปธรรม
 
• แบตเตอรี่ EV ไม่ใช่เพียงของเสีย แต่เป็น "เหมืองแร่เหนือดิน" ที่มีลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง และโลหะมีค่าอื่น ๆ หากไทยพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลครบวงจร จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าวัตถุดิบ และเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
 
• ภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเทคโนโลยีและจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV เพื่อรองรับปริมาณแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปี 2570
รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่คนไทยซื้อเมื่อไม่กี่ปีก่อน กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เจ้าของหลายคนเริ่มตั้งคำถามเดียวกัน
 
"ถ้าแบตเตอรี่เสื่อม จะทำอย่างไรต่อ?"
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของอุตสาหกรรม EV ถูกวัดจากยอดขาย จำนวนรถที่วิ่งบนท้องถนน และเม็ดเงินลงทุนจากผู้ผลิตทั่วโลก
 
แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตัวชี้วัดสำคัญอาจเปลี่ยนไปเป็น ความสามารถในการจัดการแบตเตอรี่เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน
 
เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการใช้งาน แต่หากไม่มีระบบรองรับแบตเตอรี่ที่หมดอายุอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าก็อาจยังไม่สมบูรณ์
 
EV ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว และแบตเตอรี่ที่ใช้ก็แตกต่างกัน
รถยนต์ไฟฟ้ามีหลายประเภท ทั้งรถไฮบริด (HEV) รถไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)
 
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในอนาคตจะอยู่ที่ BEV เป็นหลัก เพราะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่กว่ารถประเภทอื่นหลายเท่า โดยมีความจุตั้งแต่ประมาณ 40-100 kWh หรือมากกว่านั้นในบางรุ่น
กล่าวง่าย ๆ คือ แบตเตอรี่ของรถ BEV เพียง 1 คัน อาจมีขนาดใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ของรถ HEV หลายคันรวมกัน
 
เมื่อยอดขายรถ BEV เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปริมาณแบตเตอรี่ที่ทยอยหมดอายุในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
 
เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ
 
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของรถ EV มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี
เมื่อความจุของแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 70-80% รถยังสามารถใช้งานได้ แต่ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะลดลง ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งเริ่มพิจารณาเปลี่ยนรถคันใหม่ ส่งผลให้รถ EV รุ่นแรกทยอยเข้าสู่ตลาดรถมือสองมากขึ้น
 
ในอีกระยะหนึ่ง รถบางคันอาจไม่คุ้มค่าต่อการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่หรือการซ่อมแซม และเข้าสู่กระบวนการจัดการซากรถ
 
สำหรับประเทศไทย ซากแบตเตอรี่เหล่านี้จัดเป็น กากอุตสาหกรรมอันตราย ที่ต้องได้รับการจัดการตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
นี่คือความท้าทายที่หลายประเทศกำลังเตรียมรับมือ และประเทศไทยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
 
แบตเตอรี่ EV หมดอายุแล้วไปไหนต่อ?
หลายคนเข้าใจว่าแบตเตอรี่ EV ที่เสื่อมสภาพจะกลายเป็นขยะทันที
แต่ในความเป็นจริง แบตเตอรี่จำนวนมากยังมี "ชีวิตที่สอง"
ชีวิตที่สองของแบตเตอรี่
 
แม้แบตเตอรี่จะไม่เหมาะกับการใช้งานในรถ EV แล้ว แต่หากยังเหลือความจุประมาณ 70-80% ก็ยังสามารถนำไปใช้งานต่อได้ เช่น
• ระบบกักเก็บพลังงานจากโซลาร์เซลล์
• ระบบสำรองไฟฟ้าในอาคาร
• ระบบสำรองไฟในโรงงานอุตสาหกรรม
• ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (Battery Energy Storage System)
 
การนำแบตเตอรี่มาใช้งานต่อช่วยยืดอายุการใช้งานของทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และเพิ่มความคุ้มค่าของแบตเตอรี่ก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
 
แล้วเมื่อใช้ต่อไม่ได้ล่ะ?
เมื่อแบตเตอรี่หมดอายุการใช้งานอย่างสมบูรณ์ ก็จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
ภายในแบตเตอรี่ EV มีวัสดุที่มีมูลค่าสูงจำนวนมาก เช่น ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง และอะลูมิเนียม ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่หรือใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้
ทุกกิโลกรัมของโลหะที่นำกลับมาใช้ใหม่ คือวัตถุดิบที่ไม่จำเป็นต้องขุดขึ้นมาจากเหมืองอีกครั้ง ช่วยลดทั้งต้นทุนการผลิต การพึ่งพาการนำเข้า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
 
ประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?
ปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ในช่วงวางรากฐานของระบบจัดการแบตเตอรี่ EV
ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนหลายรายได้ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาเทคโนโลยีและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ภายในประเทศ เพื่อรองรับปริมาณแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปี 2570
 
ที่ผ่านมา แบตเตอรี่ที่หมดสภาพจำนวนหนึ่งยังถูกเก็บรวบรวมเป็นกากอุตสาหกรรมอันตราย และบางส่วนถูกส่งออกไปยังประเทศที่มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง
 
กล่าวได้ว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงสร้างระบบรองรับ ก่อนที่คลื่นใหญ่ของแบตเตอรี่หมดอายุจะมาถึง
จากของเสีย สู่วัตถุดิบของอุตสาหกรรมใหม่
 
ในอดีต ประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันเพื่อดึงดูดการลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่
แต่ในอนาคต ความสามารถในการรีไซเคิลแบตเตอรี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการแข่งขัน
แบตเตอรี่ใช้แล้วกำลังถูกเรียกว่า "เหมืองแร่เหนือดิน" (Urban Mine) เพราะเป็นแหล่งสะสมโลหะสำคัญที่มีมูลค่าสูง
 
หากประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลครบวงจรได้ จะช่วย
• ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
• สร้างอุตสาหกรรมรีไซเคิลมูลค่าสูง
• สร้างงานด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีสะอาด
• เพิ่มความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
• สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
 
โอกาสทางเศรษฐกิจจึงไม่ได้อยู่เพียงการผลิตรถ EV แต่รวมถึงการสร้างระบบที่สามารถนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อีกครั้ง
 
บทสรุป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันว่าใครจะผลิตและจำหน่ายรถ EV ได้มากที่สุด
แต่ในทศวรรษข้างหน้า การแข่งขันอาจเปลี่ยนไปเป็น "ใครจะสามารถจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุได้ดีที่สุด"
 
ความสำเร็จของอุตสาหกรรม EV ไม่ได้จบลงวันที่รถถูกขายออกจากโชว์รูม แต่รวมถึงความสามารถในการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล และเปลี่ยนให้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตในรอบถัดไป
 
หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบติดตาม การใช้ประโยชน์ต่อ และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ได้อย่างครบวงจร ประเทศจะไม่ได้เพียงลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถเปลี่ยนของเสียในวันนี้ให้กลายเป็นทรัพยากรและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อีกด้วย
 
และนั่นอาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ก.ค. 2569 เวลา : 17:31:35
22-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 23 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรถไฟ

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 ก.ค.69) ลบ 13.63 จุด ดัชนี 1,639.34 จุด

3. ประกาศ กปน.: 23 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนพระสุเมรุตัดถนนราชดำเนินกลาง

4. ประกาศ กปน.: 23 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพหลโยธิน

5. ประกาศ กปน.: 23 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 3

6. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (22 ก.ค.69) ลบ 12.12 จุด ดัชนี 1,640.85 จุด

7. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับขึ้นสู่บริเวณ 4,120 เหรียญ โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 100 เหรียญ จากแรงซื้อกลับหลังราคาปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ก.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30-40%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ก.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,654.41 จุด บวก 1.44 จุด

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ก.ค.69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,600 บาท

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ก.ค.69) บวก 385.38 จุด, Nasdaq พุ่งแข็งแกร่งกว่า 1% รับแรงซื้อหุ้นชิป

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ก.ค.69) พุ่ง 60.50 ดอลลาร์ รับความหวังอิหร่าน-สหรัฐฯ เจรจาสันติภาพ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 6.97 จุด ดัชนี 1,652.97 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 22, 2026, 7:40 pm