หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ผันผวน Bond Yield-ราคาน้ำมันขึ้นต่อ"


คาด SET แกว่งผันผวน หลัง Bond Yield สหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ คาดตลาดเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นพลังงานต้นน้ำ และหุ้นประกันฯ ทางด้านกระแส Fund Flow ยังต้องติดตามต่อแม้วานนี้นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิวันแรกหลังขายสุทธิ 6 วันทำการติดต่อกัน ประเด็นติดตามวันนี้ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีแกว่งลง ขาด Momentum หนุน ภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.5%DoD แตะ $94.52/bbl จากกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดจะกระทบต่ออุปทานน้ำมัน หลังสหรัฐเริ่มโจมตีเป้าหมาย IRGC ส่วนรัสเซียได้โจมตีทางอากาศในยูเครน กดดันให้ Bond Yield ทั่วโลกปรับขึ้น ระยะสั้นมองลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเกิดภาวะ Risk off โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC) และประกันชีวิต (BLA TLI)

• กบน. ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันขึ้น 0.75 บาท/ลิตรสำหรับกลุ่มดีเซล และ 0.60 บาท/ลิตรสำหรับกลุ่มเบนซิน (มีผลตั้งแต่ 2 ก.ย. นี้) ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง คาดกดดันต้นทุนค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือน ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC) และไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

• ราคาก๊าซฯ ยุโรปปรับขึ้นเหนือระดับ 70 ยูโร/MWh สูงที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2023 กังวลยุโรปไม่สามารถจัดหาก๊าซฯ-LNG สำรองได้ทันฤดูหนาวนี้ ส่วนราคาดีเซลปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน สะท้อนความกังวลสงครามในหลายภูมิภาค มองบวกต่อ BCP ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงกลั่นและ OKEA ในนอร์เวย์

• ครม. สัญจรมีมติอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในเส้นทางสายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวมราว 1.07 แสนลบ. ประกอบด้วย เส้นทาง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และ ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ หวังเพิ่มศักยภาพขนส่ง-กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ โดยคาดก่อสร้าง 3Q27 มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC)

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ก่อนที่ 491,456 คน ชะลอ 12%WoW จากนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันหลังผ่านพ้นช่วงพีคของฤดูร้อน รวมถึง Sentiment ลบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT ERW CENTEL)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026  แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)

2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)

3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR

4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)

Daily Top Picks

PTTEP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่ราคาก๊าซฯ คาดจะคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องใน 3Q26 และในระยะยาวมีแผนจะขยายกำลังการผลิตก๊าซฯ ในอ่าวไทย และขยายโครงการในต่างประเทศต่อเนื่อง คาดกำไรปกติปี 2026F จะเติบโต 27%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 153.50 บาท

BCH: ปัจจัยสนับสนุนจากสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H26 โดยรายได้ใน ก.ค. 2026 ขยายตัว 7%YoY เร่งตัวจากใน 2Q26 ที่ขยายตัว 1%YoY และคาดจะเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนในปี 2027F ตามการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วย โดยใน 4Q26 คาดจะมี Upside จากการปรับขึ้นอัตราค่าบริการประกันสังคม เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.30 บาท
 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ก.ย. 2569 เวลา : 13:29:03
03-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

2. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเอกมัย

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ก.ย.69) ลบ 13.61 จุด ดัชนี 1,575.07 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 ก.ย.69) ลบ 10.27 จุด ดัชนี 1,578.41 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 85.10 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งทุบตลาด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 419.02 จุด วิตกบอนด์ยีลด์-ราคาน้ำมันพุ่ง

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 85.10 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งทุบตลาด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.50 บาท/ดอลลาร์

9. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเมื่อวานร่วงลงกว่า 120 เหรียญ หรือเกือบ 3% และหลุดระดับ 4,400 เหรียญ ก่อนเช้าวันนี้อ่อนตัวทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,287 เหรียญ

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 ก.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,700 บาท

12. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (2 ก.ย.69) ลบ 1.02 จุด ดัชนี 1,587.66 จุด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ย.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักในภาคเหนือ-ภาคอีสาน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ.40%

14. เติมด่วน!!! น้ำมันขึ้นราคา

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (1 ก.ย.69) ลบ 6.48 จุด ดัชนี 1,588.68 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 3, 2026, 5:05 am