เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Special Report : น้ำมันโลกกำลังเสีย "ทางหนี" เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดงถูกบีบพร้อมกัน


    by วิภาดา จิณณวาโส
 
ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหม่จากสงครามตะวันออกกลาง หลังการโจมตีของกลุ่มฮูตีขยายจากเยเมนเข้าสู่พื้นที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่เส้นทางขนส่งน้ำมันทั้งช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้ภาพของตลาดซับซ้อนกว่าการมองว่า “สงครามดันราคาน้ำมันขึ้น” เพราะในด้านหนึ่งความเสี่ยงด้านอุปทานกำลังรุนแรงขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งมีสัญญาณว่าตลาดยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างเต็มรูปแบบ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่แถว 107.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เทกซัสอยู่ที่ประมาณ 104.86 ดอลลาร์ หลังราคาปรับลดลงจากระดับก่อนหน้า แม้ความกังวลเรื่องซัพพลายจากตะวันออกกลางยังไม่หายไป สาเหตุหนึ่งมาจากข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 7.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2569 มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ทำให้ตลาดมีแรงกดดันด้านราคาอีกด้านเข้ามาช่วยชดเชยความกังวลจากตะวันออกกลาง

แต่การที่ราคาน้ำมันลดลงในวันล่าสุด ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงด้านอุปทานหมดไป เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังจับตา คือ “ระยะเวลา” ของการหยุดชะงัก โดยเฉพาะ East-West Pipeline ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่เชื่อมแหล่งผลิตน้ำมันทางฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบียกับท่าเรือบนชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งถูกโจมตีจนต้องหยุดดำเนินการ ท่อส่งน้ำมันสายนี้มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร และสามารถลำเลียงน้ำมันได้ราว 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 4-5% ของอุปทานน้ำมันโลก ทำหน้าที่เป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียส่งน้ำมันออกทางทะเลแดงโดยไม่ต้องพึ่งช่องแคบฮอร์มุซ

จุดนี้ถือเป็น “ทางหนี” สำคัญของน้ำมันซาอุฯ เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียใช้งานได้อย่างจำกัด แต่ข่าวล่าสุดทำให้ความกังวลลดลงบางส่วน เมื่อ คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า เขาคาดว่าน้ำมันจะกลับมาไหลผ่านท่อดังกล่าวได้ภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอื่นประเมินระยะเวลาซ่อมแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึง 5-6 สัปดาห์ ทำให้ตลาดยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงเรื่อง Supply Disruption ออกไปได้

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงอีกด้านกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นั่นคือ การรุกคืบของกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยิงขีปนาวุธหรือโดรนเข้าไปในซาอุดีอาระเบีย แต่ขยายไปถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ริมทะเลแดงด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา ฮูตีสามารถยึดเมืองโมคาและเกาะเปริม ซึ่งอยู่ใกล้ช่องแคบบาบุลมันดับ รวมถึงมีรายงานการเข้าควบคุมหมู่เกาะ Greater Hanish และ Lesser Hanish เพิ่มเติม การขยายพื้นที่ดังกล่าวทำให้ฮูตีมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดนมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เพราะช่องแคบบาบุล มันดับ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ในสมรภูมิเยเมน แต่เป็นหนึ่งใน Chokepoint ของการค้าโลก โดยเฉพาะเมื่อช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเผชิญข้อจำกัดอยู่แล้ว หากเส้นทางฝั่งอ่าวเปอร์เซียมีปัญหา ประเทศผู้ส่งออกจำเป็นต้องพึ่งเส้นทางผ่านทะเลแดงมากขึ้น แต่ถ้าเส้นทางสำรองนี้เองก็ถูกคุกคาม ความสามารถในการเคลื่อนย้ายน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลกก็จะลดลงตามไปด้วย

ล่าสุด ความเสี่ยงด้านความมั่นคงยังขยายไปถึงพื้นที่ภายในซาอุดีอาระเบีย โดยซาอุดีอาระเบียระบุว่าสามารถสกัดโดรนของฮูตีที่มุ่งหน้าเข้าใกล้พื้นที่ต้องห้ามเหนือเมกกะได้ ขณะที่ฮูตีปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีเมืองศักดิ์สิทธิ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการโจมตีซาอุดีอาระเบียหลายระลอก และยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายจากแนวรบในเยเมนไปสู่พื้นที่อื่นของซาอุดีอาระเบียมากขึ้น

เมื่อมองเฉพาะตลาดน้ำมัน ความเสี่ยงจึงมีอยู่สองชั้น ชั้นแรก คือ ความเสี่ยงที่น้ำมัน “ผลิตไม่ได้หรือส่งออกไม่ได้” จากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนชั้นที่สอง คือ ความเสี่ยงที่น้ำมัน “มีอยู่แต่ขนส่งไม่ได้” เพราะเส้นทางเดินเรือไม่ปลอดภัย ทั้งสองเรื่องแตกต่างกัน แต่หากเกิดขึ้นพร้อมกัน ผลกระทบต่อราคาจะรุนแรงขึ้น เพราะผู้ซื้อไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นได้ง่าย

หลักฐานที่สะท้อนความตึงตัวของตลาดได้ชัดคือ ราคาน้ำมันบาง Cargo ในตลาด Physical ของยุโรป ซึ่งเป็นน้ำมันสำหรับส่งมอบจริงในระยะใกล้ พุ่งขึ้นเหนือ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาฟิวเจอร์ส Brent ยังอยู่ใกล้ 110 ดอลลาร์ ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดน้ำมันกำลังให้ราคากับ “น้ำมันที่ต้องใช้ตอนนี้” สูงกว่าราคาสัญญาสำหรับการส่งมอบในอนาคต และเป็นสัญญาณว่าปัญหา supply ไม่ได้กระจายตัวเท่ากันในทุกตลาด

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ก็ต้องระวังไม่ตีความว่าราคาน้ำมันกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวอย่างแน่นอน เพราะราคาฟิวเจอร์สล่าสุดกลับลดลงหลังตลาดได้รับข้อมูลว่าสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด นั่นหมายความว่าแรงกดดันด้านอุปทานจากตะวันออกกลางยังต้องแข่งขันกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดน้ำมันโลกเอง หากมีน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาชดเชยได้เพียงพอ หรือการขนส่งผ่านเส้นทางสำคัญกลับมาเป็นปกติเร็ว ราคาก็มีโอกาสคลายแรงกดดันลง

ดังนั้น สิ่งที่ตลาดต้องจับตา จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาน้ำมันในแต่ละวัน แต่คือคำตอบของคำถามว่า East-West Pipeline จะกลับมาเดินได้เมื่อไร การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะกลับเข้าสู่ระดับปกติเร็วแค่ไหน และฮูตีจะสามารถรักษาพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวชายฝั่งทะเลแดงไว้ได้หรือไม่ หากท่อส่งกลับมาเดินได้ภายในไม่กี่วันและเส้นทางขนส่งทางทะเลไม่ถูกปิดอย่างเป็นระบบ ความเสียหายอาจยังจำกัดอยู่ในระดับชั่วคราว แต่หากการซ่อมยืดเยื้อพร้อมกับการโจมตีเรือและโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจะเปลี่ยนจาก Geopolitical Premium ไปเป็น Physical Supply Shock อย่างแท้จริง

สำหรับเศรษฐกิจโลก จุดเปลี่ยนดังกล่าวมีความสำคัญมาก เพราะน้ำมันแพงไม่ได้กระทบเพียงต้นทุนเชื้อเพลิง แต่จะส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้า และบริการ เมื่อธุรกิจต้องจ่ายพลังงานแพงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคต้องแบกรับค่าครองชีพสูงขึ้น เศรษฐกิจก็มีโอกาสเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือ เงินเฟ้อจากต้นทุนและกำลังซื้อที่อ่อนแอลง

โจทย์นี้ยิ่งซับซ้อนสำหรับธนาคารกลาง เพราะหากราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง เงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าที่คาด ขณะที่เศรษฐกิจกลับได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้การใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น สถานการณ์จึงแตกต่างจากการขึ้นของราคาน้ำมันระยะสั้น เพราะหากตลาดเชื่อว่าปัญหาจะยืดเยื้อ ราคาพลังงานจะเริ่มถูกส่งต่อเข้าไปในต้นทุนของระบบเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจะส่งผ่านมาทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ขณะที่ภาคครัวเรือนก็จะมีรายได้เหลือสำหรับการใช้จ่ายด้านอื่นลดลง หากราคาน้ำมันยืนในระดับสูงเป็นเวลานาน ไทยจึงอาจต้องรับแรงกดดันทั้งจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้นและกำลังซื้อภายในประเทศที่ถูกบีบ

ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำมันวันนี้ จึงยังไม่ใช่เรื่องที่สรุปได้ว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอย่างแน่นอน เพราะยังมีทั้งสต็อกน้ำมันในประเทศอื่น การผลิตจากแหล่งอื่น และความเป็นไปได้ที่ East-West Pipeline จะกลับมาเดินได้เร็วเข้ามาช่วยพยุงตลาด แต่ในเวลาเดียวกัน ความเสี่ยงก็ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะฮูตีกำลังขยายพื้นที่ควบคุมเข้าใกล้ช่องแคบบาบุลมันดับ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ยังมีข้อจำกัด และตลาด Physical เริ่มสะท้อนความตึงตัวของน้ำมันระยะใกล้แล้ว

เกมน้ำมันโลกจึงกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องวัดกันที่ “ระยะเวลา” มากกว่า “ความรุนแรงของเหตุการณ์” หากเส้นทางสำรองกลับมาใช้ได้เร็ว ตลาดอาจผ่านแรงกระแทกครั้งนี้ไปได้ แต่ถ้าช่องแคบฮอร์มุซ ยังติดขัด East-West Pipeline ซ่อมไม่ทัน และทะเลแดงกลายเป็นแนวรบเต็มรูปแบบพร้อมกัน ปัญหาที่เริ่มจากสงครามในตะวันออกกลางก็มีโอกาสเปลี่ยนเป็น Supply Shock ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

LastUpdate 16/09/2569 20:58:21 โดย : Admin
16-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (16 ก.ย.69) ลบ 15.93 จุด ดัชนี 1,562.73 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (16 ก.ย.69) ลบ 7.01 จุด ดัชนี 1,571.65 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องและยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,300 เหรียญ หลังลงทดสอบบริเวณ 4,260 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 6 สัปดาห์

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 ก.ย.69) ร่วง 19.10 ดอลลาร์ วิตกน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (15 ก.ย.69) ร่วง 328.09 จุด หวั่นน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ย.69) อุตุฯเตือนฝนตกหนักในภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (15 ก.ย.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,400 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (16 ก.ย.69) บวก 3.04 จุด ดัชนี 1,581.70 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (16 ก.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.31 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 17 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนประเสริฐมนูกิจตัดถนนนวมินทร์

12. ประกาศ กปน.: 17 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนศรีอยุธยา

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 ก.ย.69) ลบ 12.41 จุด ดัชนี 1,578.66 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (15 ก.ย.69) ลบ 6.56 จุด ดัชนี 1,584.51 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ก.ย.69) ร่วง 57 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสูง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 16, 2026, 9:02 pm