เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
SCB EIC วิเคราะห์ "อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยปี 2570 ฟื้นตัวอย่างเปราะบางท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน โดยไทยต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความยั่งยืนเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน"


อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในปี 2570 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวได้อย่างจำกัด ขณะเดียวกัน ภูมิทัศน์การแข่งขันของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านต้นทุนและกำลังการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้านความยั่งยืน ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหารทะเลมากขึ้น 

 
ไทยยังคงรักษาความเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทูน่าที่สำคัญของโลก แต่การเติบโตระลอกใหม่กำลังย้ายจากสหรัฐฯ ไปสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น

• อุตสาหกรรมทูน่ายังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยไทยยังรักษาสถานะศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออกทูน่าระดับโลก และเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องรายสำคัญของตลาดสหรัฐฯ โดยไทยยังคงครองส่วนแบ่งการนำเข้าที่สูงเกือบ 50% ของตลาดทั้งหมด สะท้อนศักยภาพด้านการแปรรูป ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการอาหารของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
• SCB EIC คาดว่ามูลค่าการส่งออกทูน่ากระป๋องไทยจะกลับมาขยายตัว 1.4%YOY ในปี 2570 หลังหดตัวในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวและการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหารและความต้องการอาหารที่เก็บรักษาได้นานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทูน่ากระป๋องกลายเป็นสินค้าสำคัญในหลายประเทศ และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในอียิปต์และลิเบีย อุตสาหกรรมกุ้งไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านความสามารถในการแข่งขัน

 
• แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกุ้ง แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างจำกัด โดย SCB EIC คาดว่ามูลค่าการส่งออกกุ้งในปี 2570 จะอยู่ที่ราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพียง 1.7% จากปีก่อนหน้า และยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีตที่เคยแตะเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนแรงกดดันด้านความสามารถในการแข่งขันที่ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศผู้ผลิตกุ้งต้นทุนต่ำและส่วนแบ่งตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

 
• ในระยะข้างหน้า การแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก "การแข่งขันด้านต้นทุน" ไปสู่ "การแข่งขันด้านมูลค่าเพิ่ม" มากขึ้น โดยโอกาสการเติบโตในอนาคตจะอยู่ในกลุ่มสินค้ากุ้งพรีเมียม กุ้งปลอดสาร กุ้งที่ผ่านมาตรฐานความยั่งยืน รวมถึงผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) และพร้อมปรุง (Ready-to-cook) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้ 

• ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกสำคัญของกุ้งไทยก็มีทิศทางการเติบโตที่แตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น โดยตลาดญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัยอาหาร และความสามารถด้านการแปรรูป ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย ขณะที่ตลาดจีนแม้มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่การแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มพรีเมียมมากกว่าการแข่งขันในตลาดแมส ความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมอาหารทะเลในระยะข้างหน้า กำลังเปลี่ยนจากสงครามการค้าไปสู่การแข่งขันด้าน ESG และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) 

 
SCB EIC มองว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยกำลังเปลี่ยนจากความผันผวนของอุปสงค์ไปสู่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างมากขึ้น ทั้งมาตรการการค้าที่เข้มงวดขึ้น ประเด็นด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนข้อกำหนดด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทรัพยากรทางทะเลและแหล่งวัตถุดิบ ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคและคู่ค้าต่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคาร์บอนต่ำ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
 

 
 
อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่การแข่งขันยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม ยกระดับความโปร่งใสและความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อม ๆ ไปกับการขยายโอกาสสู่ตลาดศักยภาพใหม่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

 
อ่านต่อบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม... https://www.scbeic.com/th/detail/product/Seafood-211026

ผู้เขียนบทวิเคราะห์ :  โชติกา ชุ่มมี (chotika.chummee@scb.co.th) ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิต ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) SCB EIC Online : www.scbeic.com Line : @scbeic
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ต.ค. 2569 เวลา : 11:35:23
22-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) บวก 6.58 จุด ดัชนี 1,562.67 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (22 ต.ค.69) บวก 5.38 จุด ดัชนี 1,561.47 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) ลบ 1.85 จุด ดัชนี 1,554.30 จุด

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ต.ค.69) ปรับลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

5. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,110 เหรียญ แม้เมื่อคืนวันพุธจะปิดบวกเล็กน้อยที่ 4,141 เหรียญ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ต.ค.69) บวก 7.4 เหรียญ รับบอนด์ยีลด์ชะลอตัว จับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ต.ค.69) บวก 360.21 จุด, ดัชนี Nasdaq พุ่งกว่า 1% รับผลประกอบการ SpaceX แกร่ง

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.69) ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝนตกหนัก 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 40% ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

11. ประกาศ กปน.: 27 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 1.15 จุด ดัชนี 1,556.09 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า(21 ต.ค.69) ลบ 8.49 จุด ดัชนี 1,546.45 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 เหรียญ หลังเมื่อคืนรีบาวด์ขึ้นไปแตะ 4,155 เหรียญ

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ต.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,450 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2026, 8:41 pm