เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "IMF-World Bank Meetings 2026: 3 แรงหนุนการเงินสีเขียวสู่เงินลงทุนและตลาดคาร์บอน"


• ไทยรับอานิสงส์ Climate Finance จากเวที IMF-World Bank 2026 ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ทั้งเงินให้เปล่า เงินกู้ และการซื้อคาร์บอนเครดิต ได้แก่ (1) World Bank สนับสนุนเงินให้เปล่า 81.6 ล้านบาท เพื่อพัฒนากลไกราคาคาร์บอนและวิเคราะห์เส้นทางสู่ Net Zero (2) โครงการเมืองคาร์บอนต่ำ (LCC) วงเงินกู้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และ (3) ความร่วมมือไทย–สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งคาดว่าจะซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการใหม่ในไทยราว 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ LCC ได้รับอนุมัติตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569 ก่อนนำมาเสนอความคืบหน้าในการประชุม ส่วนวงเงินซื้อคาร์บอนเครดิตยังเป็นมูลค่าคาดการณ์ ไม่ใช่ยอดซื้อขายที่เกิดขึ้นแล้ว

• ความร่วมมือดังกล่าวอาจช่วยไทยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดคาร์บอน เพิ่มช่องทางเงินทุนสีเขียว และสร้างรายได้ใหม่จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเงินให้เปล่าจาก World Bank จะช่วยพัฒนากติกาและข้อมูลด้านคาร์บอนให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ธุรกิจวางแผนรับต้นทุนคาร์บอนในอนาคต ขณะที่โครงการ LCC มีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) เป็นผู้รับเงินกู้จาก World Bank และเป็นผู้ให้สินเชื่อต่อแก่บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงาน (ESCO) ที่ผ่านเกณฑ์ เพื่อให้บริษัทลงทุนติดตั้งพลังงานสะอาดและปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ ความต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตจากสวิตเซอร์แลนด์ยังอาจสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจไทยลงทุนลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากตลาดต่างประเทศ

• ผู้ประกอบการควรติดตามเงื่อนไขการเข้าถึงเงินทุนสีเขียวและตลาดคาร์บอน โดยธุรกิจ ESCO ที่สนใจโครงการ LCC ควรติดตามหลักเกณฑ์และการเปิดรับสินเชื่อผ่านธนาคาร EXIM ซึ่งเป็นตัวกลางปล่อยสินเชื่อเพื่อลงทุนด้านพลังงานสะอาด ส่วนผู้พัฒนาโครงการลดคาร์บอนสามารถศึกษาช่องทางเสนอขายเครดิตผ่าน KliK Foundation ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์การรับรองและได้รับอนุมัติจากทั้งสองประเทศภายใต้ Article 6 ก่อนการโอนผลการลดการปล่อยระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เงินให้เปล่า 81.6 ล้านบาทเป็นเงินสนับสนุนการพัฒนากลไกภาครัฐ ไม่ใช่เงินทุนสำหรับธุรกิจโดยตรง ขณะที่การมีผู้ซื้อต่างประเทศไม่ได้รับประกันว่าทุกโครงการจะขายเครดิตได้ ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาผลประหยัดต้นทุนและรายได้ที่เป็นไปได้ควบคู่กับความเสี่ยงของโครงการ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ต.ค. 2569 เวลา : 19:07:27
22-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) บวก 6.58 จุด ดัชนี 1,562.67 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (22 ต.ค.69) บวก 5.38 จุด ดัชนี 1,561.47 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) ลบ 1.85 จุด ดัชนี 1,554.30 จุด

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ต.ค.69) ปรับลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

5. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,110 เหรียญ แม้เมื่อคืนวันพุธจะปิดบวกเล็กน้อยที่ 4,141 เหรียญ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ต.ค.69) บวก 7.4 เหรียญ รับบอนด์ยีลด์ชะลอตัว จับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ต.ค.69) บวก 360.21 จุด, ดัชนี Nasdaq พุ่งกว่า 1% รับผลประกอบการ SpaceX แกร่ง

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.69) ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝนตกหนัก 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 40% ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

11. ประกาศ กปน.: 27 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 1.15 จุด ดัชนี 1,556.09 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า(21 ต.ค.69) ลบ 8.49 จุด ดัชนี 1,546.45 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 เหรียญ หลังเมื่อคืนรีบาวด์ขึ้นไปแตะ 4,155 เหรียญ

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ต.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,450 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2026, 8:39 pm