ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ม.ค.69) ทำนิวไฮ บวก 594.79 จุด หุ้นพลังงานพุ่งหนุนตลาด


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ม.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดที่ 48,977.18 จุด เพิ่มขึ้น 594.79 จุด หรือ +1.23%,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,902.05 จุด เพิ่มขึ้น 43.58 จุด หรือ +0.64% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,395.82 จุด เพิ่มขึ้น 160.19 จุด หรือ +0.69% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารบุกโจมตีเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา

สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา โดยได้เข้าจับกุมตัว ปธน.มาดูโร และซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลชุดใหม่ และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะเข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นักลงทุนคาดการณ์ว่า การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลทรัมป์จะช่วยให้บริษัทของสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ได้ โดยคณะบริหารของทรัมป์มีแผนจะพบปะกับบรรดาผู้บริหารบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตในเวเนซุเอลา

ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P500 พุ่งขึ้น 2.7% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 โดยหุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่อย่าง Exxon Mobil พุ่งขึ้น 2.2% และหุ้น Chevron ทะยานขึ้น 5.13% ส่วนหุ้น ConocoPhillips พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้น Marathon Petroleum พุ่งขึ้น 5.9%

นักวิเคราะห์จาก U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า หุ้นกลุ่มพลังงานได้ประโยชน์อย่างมากจากการคาดการณ์ที่ว่าปธน.ทรัมป์จะส่งบริษัทพลังงานของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนเพิ่มในเวเนซุเอลา ซึ่งจะสร้างกำไรให้กับบริษัทเหล่านี้ นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ไม่ได้ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าประจำการอย่างถาวรในเวเนซุเอลายังช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการสู้รบที่ยืดเยื้อ

หุ้นบริษัทผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากมุมมองที่ว่า การโจมตีทางทหารอย่างรวดเร็วจะเป็นส่วนสำคัญของนโยบายที่รัฐบาลทรัมป์จะนำมาใช้ในการรับมือกับประเด็นความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ หุ้น Lockheed Martin พุ่งขึ้น 2.9% และหุ้น General Dynamics พุ่งขึ้น 3.5% ขณะที่ดัชนีกลุ่มยุทโธปกรณ์ใน S&P500 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนีกลุ่มการเงินใน S&P500 พุ่งขึ้น 2.2% ขานรับแนวโน้มผลประกอบการที่สดใสในไตรมาส 4/2568 โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทการเงินใน S&P500 จะมีกำไรเติบโต 6.7% ในไตรมาสดังกล่าว ทั้งนี้ หุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 3.7% หุ้น JPMorgan Chase พุ่งขึ้น 2.63% หุ้น Morgan Stanley ดีดตัวขึ้น 2.5% และหุ้น Bank of America บวก 1.6%
หุ้น Tesla ดีดตัวขึ้น 3.1% โดยราคาหุ้นฟื้นตัวหลังจากร่วงลงติดต่อกัน 7 วันทำการ ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลปรับตัวขึ้นหลังจากราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ โดยหุ้น Strategy พุ่งขึ้นเกือบ 5% ขณะที่หุ้น Coinbase พุ่งขึ้น 7.8% หลังจากนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Coinbase เป็น “Buy” จาก “Neutral”

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ม.ค. 2569 เวลา : 11:39:02

08-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 8, 2026, 1:44 am