ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.68) ร่วง 870.74 จุด วิตกกังวลข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-ยุโรป


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.68) ปรับตัวลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดทุกตลาดในรอบ 3 เดือน โดย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,488.59 จุด ลดลง 870.74 จุด หรือ -1.76%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,796.86 จุด ลดลง 143.15 จุด หรือ -2.06% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,954.32 จุด ลดลง 561.07 จุด หรือ -2.39% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ้มเทคโนโลยีร่วงลง 2.94% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 2.82% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.12%

ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์ โดยปธน.ทรัมป์แสดงความต้องการที่จะเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ อ้างถึงประเด็นความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และความไร้ประสิทธิภาพของเดนมาร์กในการขจัดภัยคุกคามจากรัสเซียออกจากกรีนแลนด์

ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ EU กำลังเร่งร่างมาตรการดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับผู้นำยุโรป ก่อนที่จะมีการประชุมสำคัญร่วมกับปธน.ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าอาจจะเกิดสงครามการค้าระลอกใหม่ หลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์ “วันประกาศอิสรภาพ” หรือ Liberation Day” ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก และได้ฉุดดัชนี S&P500 ดิ่งลงอย่างหนัก

ทั้งนี้ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นแตะระดับ 20.09 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568

นักวิเคราะห์บริษัท Harris Financial Group กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์ แต่คำขู่เรื่องภาษีศุลกากรที่ตอบโต้กันไปมาระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ตลาดเกิดการปรับฐาน และเขาจะไม่แปลกใจหากตลาดจะร่วงลงราว 3% – 5% ในสัปดาห์นี้

นักวิเคราะห์รายนี้ยังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าจับตาไม่น้อยไปกว่าประเด็นกรีนแลนด์ คือ ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดการเงินหรือไม่ หลังจากราคาพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นร่วงลงอย่างหนักในวันอังคาร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวและค่าเงินเยนก็ร่วงลงเช่นกัน หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในญี่ปุ่น ยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของยุโรปปรับตัวสูงขึ้น และทำให้เกิดแรงเทขายพันธบัตรระยะยาวในสหรัฐฯ

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการและภาคการผลิตจาก S&P Global และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูรายงานผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่จะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ม.ค. 2569 เวลา : 12:04:07

21-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 21, 2026, 6:37 pm