(225)(349).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (28 ม.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด หรือ +0.02%,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,857.45 จุด เพิ่มขึ้น 40.35 จุด หรือ +0.17% หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 10 ต่อ 2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยสมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 2 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
ในแถลงการณ์หลังการประชุม เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด โดยระบุว่า “ในการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ทางคณะกรรมการจะทำการประเมินข้อมูลที่เข้ามา รวมทั้งแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป และดุลยภาพของความเสี่ยงอย่างรอบคอบ”
นอกจากนี้ เฟดระบุในแถลงการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนตลาดแรงงานส่งสัญญาณถึงความมีเสถียรภาพ โดยเฟดได้ตัดข้อความจากแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า “การจ้างงานมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะขาลง” ออกไปจากแถลงการณ์ล่าสุด
ในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ใช้ความระมัดระวังที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกล่าวว่าการพิจารณาของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นหลัก อย่างไรก็ดี พาวเวลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้น และความเสี่ยงที่การจ้างงานจะอยู่ในภาวะขาลงนั้น ได้ลดน้อยลงแล้ว
หลังเสร็จสิ้นการประชุมเฟดและการแถลงข่าวของพาวเวล นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. แต่จะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านั้น
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.92% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.78% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.74% และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.62%
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยบริษัท Meta , Microsoft, Tesla และ IBM จะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ
ข่าวเด่น