(225)(354).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ก.พ.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 48,908.72 จุด ลดลง 592.58 จุด หรือ -1.20%,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,798.40 จุด ลดลง 84.32 จุด หรือ -1.23% และดัชนี Nasdaq ปิดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ที่ 22,540.59 จุด ลดลง 363.99 จุด หรือ -1.59% โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัท Alphabet ประกาศเพิ่มการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสองเท่า เพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ประกาศแผนการใช้จ่ายด้านทุนในปี 2569 จำนวน 1.85 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขการใช้จ่ายในปี 2568 ถึงสองเท่า โดยการใช้จ่ายในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า Alphabet และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่น ๆ จะมียอดการใช้จ่ายด้าน AI รวมกันมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลใน AI และต่างก็มีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายเพื่อรอสัญญาณที่ชัดเจนว่าการลงทุนเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรให้กับบริษัทเทคโนโลยีได้จริงหรือไม่
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง หลังจาก Alphabet ประกาศเพิ่มการลงทุนด้าน AI โดยหุ้น Microsoft ดิ่งลง 4.9%, หุ้น Palantir ร่วงลง 6.8% หุ้น Oracle ร่วงลง 6.9% หุ้น Nvidia ลดลง 1.3% ขณะที่หุ้น Alphabet ปรับตัวลง 0.5%
หุ้น Amazon ร่วงลง 4.4% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังปิดตลาด โดยนักลงทุนจับตากำไรและรายได้ของบริษัทเทคโนโลยีรายนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI
นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลว่า เครื่องมือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นบริษัทซอฟต์แวร์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้น ServiceNow ดิ่งลง 7.6% และหุ้น Salesforce ร่วงลงเกือบ 5% อีกทั้งฉุดดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ใน S&P500 ปรับตัวลดลง 4.6% ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกัน 7 วันทำการ
ขณะที่ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้น 16.8% แตะที่ระดับ 21.77
หุ้น Estee Lauder ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของสหรัฐฯ ดิ่งลง 19% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุดนั้น สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 386,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.54 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2563 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.20 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.92 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 22,000 ราย สู่ระดับ 231,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 212,000 ราย โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาวเย็นในสหรัฐฯ
ข่าวเด่น