
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 31.72 บาทต่อดอลลาร์ และคาดว่าจะผันผวนในกรอบ 31.00–32.00 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดเงินต่างประเทศที่ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นหลัก
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ สะท้อนสัญญาณเชิงบวกในบางภาคส่วน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM) ภาคการผลิตเดือนมกราคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ดัชนีภาคบริการยังทรงตัวที่ระดับ 53.8 ซึ่งอยู่ในโซนขยายตัวและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้เล็กน้อย
ในทางกลับกัน ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 45,000 ตำแหน่ง อีกทั้งตัวเลขของเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลงจาก 41,000 เหลือ 37,000 ตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงแรงส่งด้านการจ้างงานที่อ่อนแรงลง
ด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียจาก 25% เหลือ 18% โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าอินเดียจะจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 5 ปี ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มพลังงาน อากาศยานและชิ้นส่วน โลหะมีค่า และสินค้าเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน การหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีพัฒนาการเชิงบวกในหลายประเด็น ทั้งด้านการค้า ความมั่นคง และสถานการณ์ไต้หวัน โดยมีความคืบหน้าเบื้องต้นว่าจีนจะพิจารณาเพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในฤดูกาลปัจจุบันเป็น 20 ล้านตัน จากระดับเดิมที่ 12 ล้านตัน
ข่าวเด่น