ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 5,030 - 5,070 เหรียญ


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 5,030 - 5,070 เหรียญ ในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีจังหวะดีดตัวขึ้น แต่ยังเผชิญแรงขายทำกำไรกลับลงมาบริเวณ 5,050 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้ โดยเคลื่อนตัวในลักษณะ Sideway ต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับสมดุลของโครงสร้างทางเทคนิค หลังจากก่อนหน้ามีความผันผวนค่อนข้างสูง

ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะ Non-Farm Employment Change ที่ออกมาสูงกว่าคาดเกือบ 2 เท่า ขณะที่อัตราการว่างงานปรับลดลง สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดถูกเลื่อนออกไป โดยประเมินว่าการลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นหลังไตรมาส 2

ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.0 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 9.33 ตัน สะท้อนแรงสะสมของกองทุนในภาพรวมระยะกลาง

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แม้ความตึงเครียดยังคงอยู่ แต่ระดับความกังวลลดลงบางส่วน โดยตลาดจับตาตัวเลข Unemployment Claims ในวันนี้ และ CPI ในวันศุกร์ อย่างใกล้ชิด

สำหรับ Silver ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากบริเวณ 82.5 เหรียญ สู่ระดับประมาณ 83.5 เหรียญในเช้าวันนี้ ภาพรวมความร้อนแรงลดลง ทำให้โครงสร้างทางเทคนิคเริ่มกลับมาดีขึ้น หากเกิดการ Breakout ทั้งทองคำและเงิน จะเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับสมดุลภายในกรอบ 5,000–5,100 เหรียญ ซึ่งช่วยลดความร้อนแรงของอินดิเคเตอร์หลังจากก่อนหน้าปรับขึ้นแรง ภาพระยะสั้นยังประเมินลักษณะ Sideway เพื่อสะสมกำลังรอปัจจัยใหม่
 
ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 5,000–4,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,100–5,150 เหรียญ ส่วนราคาทองคำในประเทศ ประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 74,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 75,000 บาท

สำหรับ Gold Online Futures คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,030 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,130 เหรีย ส่วน Gold COMEX คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,020 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,120 เหรียญ ขณะที่ Gold Futures Series G26 จะมีแนวรับที่ระดับ 74,400 บาท และแนวต้านที่ระดับ 75,400 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideway” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
 
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
 
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : วันที่ : 12 ก.พ. 2569 เวลา : 13:03:55

12-02-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 12, 2026, 2:53 pm