(286).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 ก.พ.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 49.30 ดอลลาร์ หรือ 0.94% ปิดที่ 5,176.30 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรและจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันนักลงทุนรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้งผลการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.14% แตะที่ 97.844 ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกำหนดมาตรการภาษีโดยอาศัยกฎหมายที่สงวนไว้สำหรับภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัย ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนที่จะประกาศในเวลาต่อมาว่าภาษีดังกล่าวอาจเพิ่มเป็น 15% โดยไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่แน่ชัด
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามผลการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดที่รุนแรงระหว่างสองประเทศ
รายงานระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน อพยพออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่าน ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่าอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับจีนในการจัดซื้อขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ
ข่าวเด่น