(225)(364).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ก.พ.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,499.20 จุด เพิ่มขึ้น 17.05 จุด หรือ +0.03% ได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stocks) ซึ่งเป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,908.86 จุด ลดลง 37.27 จุด หรือ -0.54% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,878.38 จุด ลดลง 273.69 จุด หรือ -1.18% โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผลิตชิป แม้ว่า Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4 พร้อมกับเปิดเผยตัวเลขรายได้รายปีที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ก็ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดได้
นักวิเคราะห์จากบริษัท Janus Henderson ให้ความเห็นว่า นักลงทุนเบนความสนใจจากผลประกอบการในระยะใกล้ และหันไปจับตาค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capex) ใน AI ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับขนาดของเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้ รวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว และความเป็นไปได้ที่กระแสเงินสดของบริษัทเหล่านี้จะถดถอยลง
ทั้งนี้ หุ้น Nvidia ร่วงลง 5.5% ขณะที่หุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ ปรับตัวลงเช่นกัน ซึ่งรวมถึงหุ้น Broadcom, Lam Research, Western Digital และ Applied Materials
หุ้นบริษัทเทคโนโลยี Trade Desk ร่วงลง 4.8% หลังเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่น่าผิดหวัง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งรายใหญ่ ขณะที่หุ้น C3.ai ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ AI สำหรับองค์กร ร่วงลง 18.5% หลังบริษัทเปิดเผยยอดขายที่อ่อนแอเกินคาด และประกาศว่าจะปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 26%
หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.3% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นธนาคารรายใหญ่อย่าง JPMorgan Chase, Bank of America และ Wells Fargo
ส่วนหุ้น J.M. Smucker ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป พุ่งขึ้น 8.8% หลังบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรและยอดขายรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง และหุ้น Celsius Holding ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง พุ่งขึ้น 6.9% ขานรับรายได้รายไตรมาสที่สูงเกินคาด
ข่าวเด่น