(225)(387).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 เม.ย.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 48,463.72 จุด ลดลง 72.27 จุด หรือ -0.15% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,022.95 จุด เพิ่มขึ้น 55.57 จุด หรือ +0.80% ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 376.93 จุด หรือ +1.59% เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และมีความหวังว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีความคืบหน้า
ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 11 วันทำการ โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพอีกครั้งเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่า การเจรจารอบใหม่กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายใน 2 วันข้างหน้าในประเทศปากีสถาน ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า การหารือเกี่ยวกับการจัดเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 กับอิหร่านนั้น กำลังดำเนินอยู่และมีความคืบหน้า แต่ได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายร้องขอให้มีการหยุดยิง
นักวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจและการตลาดของ ClearBridge Investments ให้ความเห็นว่า มุมมองบวกเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และความหวังที่ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีความคืบหน้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยนักลงทุนมองว่าความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ในตลาดพลังงานและเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ แม้ยังไม่มีความแน่นอนว่าภาวะชะงักงันด้านพลังงานจะยุติลงเมื่อใด แต่นักลงทุนมองว่าพัฒนาการในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงกำลังลดน้อยลง
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลดลง 1.03% ปิดที่ระดับ 18.17 หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 2.08% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดีดตัวขึ้น 1.37% ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 1.24%
หุ้น Bank of America ปรับตัวขึ้น 1.8% และหุ้น Morgan Stanley ทะยานขึ้น 4.5% หลังจากธนาคารทั้งสองแห่งเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้น 0.8%
หุ้นกลุ่มธุรกิจควอนตัมคอมพิวติ้งพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้น Rigetti Computing พุ่งขึ้นกว่า 13% ขณะที่หุ้น D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 22.6% และหุ้น Arqit Quantum พุ่งขึ้นกว่า 16%
หุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 4.2% หลังจาก Meta Platforms ประกาศขยายข้อตกลงซื้อชิปแบบสั่งทำพิเศษกับ Broadcom
หุ้น Snap พุ่งขึ้น 7.9% หลังจากบริษัทประกาศแผนปลดพนักงานประมาณ 1,000 คน เพื่อลดต้นทุนและนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยขนาดทีมที่เล็กลง
ข่าวเด่น