ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังลงไปทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ และเช้านี้ทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,480 เหรียญ


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังลงไปทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ และเช้านี้ทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,480 เหรียญ ก่อนมีแรงดีดกลับขึ้นมาบริเวณ 4,530 เหรียญ ปัจจัยหลักมาจากความผิดหวังต่อผลการเจรจาระหว่าง สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยตลาดคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในประเด็นสงครามและช่องแคบฮอร์มุซ แต่ภาพรวมการหารือกลับเน้นไปที่ประเด็นการค้าเป็นหลักมากกว่าการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ทำให้ถ้อยแถลงโดยรวมยังไม่สามารถลดความกังวลของตลาดได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น จากความไม่ชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้อย่างไรและเมื่อใด ขณะเดียวกัน อิหร่านอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำใต้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของตลาด วิเคราะห์ว่า หากราคาน้ำมันยังยืนเหนือ 100 เหรียญ ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม อาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยืดเยื้อ และกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป ส่งผลให้การปรับฐานของราคาทองคำอาจใช้เวลานานกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้าด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,037.42 ตัน โดยภาพรวมเดือนพฤษภาคมขายสุทธิ 1.76 ตัน

ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าต่อเนื่อง ปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 99.38 จุด ซึ่งถือเป็นโซนสำคัญ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ยังเป็นแรงกดดันหลักต่อราคาทองคำ ด้านค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.72 บ.ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวันศุกร์ ขณะที่ราคาทองคำไทยยังผันผวนตามราคาทองคำตลาดโลก โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 69,100 บาท ก่อนดีดกลับขึ้นมาบริเวณ 70,100 บาท ในเช้าวันนี้

นอกจากนี้ US Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 4.63% จากความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด และเฟดอาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ โดยล่าสุด CME FedWatch Tool เริ่มให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดอาจกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้น

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนวรับเชิงจิตวิทยาบริเวณ 4,500 เหรียญ และลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 4,480 เหรียญ ก่อนเกิดแรงซื้อกลับในลักษณะ Technical Rebound และฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระดับ 4,500 เหรียญ ยังคงเป็นแนวรับสำคัญที่ต้องติดตาม หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาทองคำจะเข้าสู่แนวโน้ม ขาลงในระยะสั้นถึงระยะกลาง ภาพรวมตลาดยังคงถูกกดดันจากปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะ ดัชนีดอลลาร์ และ US Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ต้องติดตามการยืนเหนือแนวรับสำคัญอย่างใกล้ชิด

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,500 – 4,450 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,550 – 4,600 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,800 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) แนวรับอยู่ที่ 4,505 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,555 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,530 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,580 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 70,050 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 71,350 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้า

 
 
 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
 

LastUpdate 18/05/2569 11:46:03 โดย : Admin

18-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 18, 2026, 12:47 pm