
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 18–24 พฤษภาคม 2569 ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 32.53 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 32.10–32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
สำหรับประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ การพบปะระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน สี จิ้นผิง ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนในประเด็นสำคัญ อาทิ ไต้หวันและอิหร่าน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมามีความตึงเครียดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีในบริเวณใกล้เคียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา อัตราเงินเฟ้อยังคงขยายตัวในวงกว้าง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายนปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.8% เมื่อเทียบรายปี จากแรงหนุนของราคาพลังงาน ขณะที่ดัชนี Core CPI อยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยังเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแตะระดับ 6.0% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังคงกระจายตัวในหลายภาคส่วน
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐอเมริกามีมติด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 เสียง อนุมัติการแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งพัฒนาการดังกล่าวอาจมีนัยต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
ในภาพรวมค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยตลาดกลับมาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ประกอบกับความกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ข่าวเด่น