ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 มิ.ย.69) พุ่ง 874.86 จุด รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 มิ.ย.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 51,561.93 จุด เพิ่มขึ้น 874.86 จุด หรือ +1.73%,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,584.31 จุด เพิ่มขึ้น 30.63 จุด หรือ +0.41% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,830.96 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือ -0.09% ขานรับความหวังการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัท Broadcom ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มชิป และฉุดดัชนี Nasdaq ปิดลบ

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ อิหร่านได้กำหนดเงื่อนไขว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล นอกเสียจากว่าอิสราเอลยุติการสู้รบในเลบานอน

ด้านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เห็นชอบให้จำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ปธน.ทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการทำสงครามกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะอนุมัติให้มีการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม

ความคืบหน้าดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงกว่า 3% ท่ามกลางความหวังที่ว่า เรือบรรทุกน้ำมันจะสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง

ดัชนีดาวโจนส์ได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มการเงิน ส่วนหุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 3.16% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 2.68% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.43%

หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้น UnitedHealth ที่พุ่งขึ้น 5.2% หลังจากนักวิเคราะห์ของ Bank of America ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้นUnitedHealth สู่ระดับ “Buy”

บริษัท Broadcom ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลง 12.6% และบดบังความร้อนแรงของกระแสนิยมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มชิป

ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของ Broadcom ได้ฉุดหุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ ร่วงลงด้วย โดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD), หุ้น Micron Technology และหุ้น Qualcomm ปรับตัวลงระหว่าง 2.6% – 7.7%

อย่างไรก็ตาม หุ้น Marvell Technology ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดพุ่งขึ้น 4.9% หลังจากเจนเซน หวง ซีอีโอของบริษัท Nvidia กล่าวยกย่องว่า Marvell Technology จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นรายต่อไป และจะมีบทบาทสำคัญในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งนี้ Nvidia ได้ลงทุนในบริษัท Marvell Technology มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

หุ้น Blackstone ดีดตัวขึ้น 7.5% โดยราคาหุ้นของบริษัทฟื้นตัว หลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันพุธ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อภาคเอกชน โดยรายงานระบุว่า Blackstone กลายเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายล่าสุดที่จำกัดการไถ่ถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit Fund) ที่เป็นเรือธงของบริษัท หลังจากมีการยื่นคำขอไถ่ถอนเพิ่มมากขึ้น

หุ้น CrowdStrike ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ร่วงลง 3.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายในการดำเนินงานรายไตรมาสเพิ่มขึ้น

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนพ.ค.

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มิ.ย. 2569 เวลา : 12:59:51

05-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 5, 2026, 2:28 pm